โลกร้อนหยุดไม่อยู่ เร่งธารน้ำแข็งละลายเร็ว “สโลวีเนีย” กำลังสูญเสีย สัญลักษณ์สำคัญของประเทศ!

ธารน้ำแข็ง “ทริกลาฟ” ในสโลวีเนียได้สูญเสียน้ำแข็งส่วนสุดท้ายไปแล้ว หลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ทวีปยุโรปต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์
จากข้อมูลระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 1983-2003 ธารน้ำแข็งทริกลาฟสูญเสียพื้นที่ไปมากถึง 93% เมื่อเทียบกับอดีต แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะคาดการณ์ว่าธารน้ำแข็งที่เหลืออยู่จะหายไปทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่นาน แต่ธารน้ำแข็งดังกล่าวยังคงหลงเหลืออยู่ในช่วงระยะเวลา 20 ปีต่อมา
แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทวีปยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีหลัง ส่งผลให้น้ำแข็งที่เหลืออยู่แตกออกเป็นหย่อมเล็ก ๆ โดยน้ำแข็งก้อนใหญ่มีขนาดเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ซึ่งหลังจากช่วงสิ้นสุดฤดูร้อนที่ผ่านมาจะมีการยืนยันว่าไม่มีน้ำแข็งหลงเหลือยู่แล้ว
ยอดเขาทริกลาฟ มีความสำคัญต่อประเทศสโลวีเนียเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของสโลวีเนียแล้วยังถือเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของประเทศ อยู่ในตราแผ่นดินบนธงชาติของสโลวีเนียอีกด้วย หลังจากการสำรวจธารน้ำแข็งนับตั้งแต่ปี 2001 นักวิทยาศาสตร์พบว่าปริมาณน้ำแข็งลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2022 ทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างแกนน้ำแข็งที่มีความลึกประมาณ 5 เมตร เพื่อนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบทางธรณีวิทยา แต่เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์กลับไปยังจุดเดิมในปีต่อมากลับพบว่าพื้นที่ที่เคยเก็บตัวอย่างแกนน้ำแข็งเหลือเพียงแต่พื้นหินเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธารน้ำแข็งบนยอดเขาทริกลาฟ นับเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้นบนเทือกเขาแอลป์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้นเนื่องจากก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ทั่วโลกหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากนักวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์พบว่า ช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้สูญเสียน้ำแข็งไปแล้วเกือบหนึ่งในห้า ขณะที่ในปี 2026 เพียงปีเดียวพบว่าปริมาตรน้ำแข็งลดลงกว่า 5.5% สะท้อนให้เห็นถึงการสูญเสียธารน้ำแข็งที่กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดเอาไว้
สำหรับสโลวีเนียเคยพบว่าธารน้ำแข็งทริกลาฟมีพื้นที่มากถึง 250 ไร่ แต่เมื่อมีการเริ่มวัดขนาดและเก็บตัวอย่างอย่างเป็นทางการในปี 1946 กลับพบว่าพื้นที่ของธารน้ำแข็งลดลงเหลือเพียง 87.5 ไร่เท่านั้น และหดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสูญเสียธารน้ำแข็งทั้งหมดไปในที่สุด
แม้ว่าธารน้ำแข็งบนยอดเขาทริกลาฟจะหายไปแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ภายในถ้ำใต้ภูเขายังคงมีน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ เนื่องจากการถอยร่นของธารน้ำแข็งส่งผลให้เกิดช่องและโพรงใต้ดิน ซึ่งยังมีโอกาสคงอยู่ได้ต่อไปอีกหลายปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ลดการสัมผัสแสงแดดและความร้อนโดยตรง แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงแค่การชะลอการละลายของน้ำแข็งให้ช้าลงเท่านั้น ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าน้ำแข็งในถ้ำจะคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าไร
ผลพวงจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบต่อธารน้ำแข็งแล้ว ฤดูร้อนที่ร้อนจัด ยังสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากการประมาณวิกฤตคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ในปีนี้ พบว่าอาจคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 50,000 คน รวมถึงความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร และโรงไฟฟ้าหลายแห่งที่ต้องหยุดดำเนินงานเรื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
