"TDRI" แนะใช้มาตรการ"คนละครึ่ง"กับรถโดยสาร

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า วิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้เปิดเผยความเปราะบางของโครงสร้างภาคพลังงานและขนส่งไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในระดับสูง
ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจึงไม่เพียงแต่กดดันค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างผลกระทบลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิต บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างภาระทางการคลังในระดับสูง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งในภาคพลังงานและภาคขนส่ง
โดยเปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนและระยะสั้นในเชิงรับด้วยการอุดหนุนราคา ไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้สามารถทนทานต่อแรงช็อกภายนอกในระยะกลางและระยะยาว
สำหรับยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วนและระยะสั้น (1 ปี) เพื่อลดผลกระทบประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงรุก TDRI เสนอว่ามาตรการภาคขนส่งและโลจิสติกส์ (1) ควรสนับสนุนระบบบริหารรถบรรทุก โดยใช้เทคโนโลยีสารเทศเพื่อลดการวิ่งเที่ยวเปล่า ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมัน และต้นทุนในการขนส่ง
(2) แก้ไขปัญหาคอขวดระบบราง เพิ่มกำลังการขนส่งทางรางให้สอดคล้องกับความต้องการ เนื่องจากระบบขนส่งสินค้าทางรางมีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงและจะช่วยลดต้นทุนของผู้ขนส่งสินค้า
(3) อุดหนุนผู้ประกอบการรถบรรทุกไม่ประจำทางที่ติดตั้งระบบ GPS ในอัตราที่เหมาะสม เช่น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระได้ประมาณ 5,000 บาทต่อคันต่อเดือน และช่วยจูงใจให้รถบรรทุกนอกระบบซึ่งมีอยู่กว่า 4 แสนคันในปัจจุบันเข้ามาอยู่ในระบบ
(4) นำมาตรการ "คนละครึ่ง" มาใช้กับค่าโดยสารรถประจำทางเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน พร้อมอุดหนุนผู้ประกอบการแบบขั้นบันไดตามราคาน้ำมันดีเซล เช่น หากราคาสูงเกิน 55-60 บาทต่อลิตร อาจอุดหนุนที่ 8.84 บาทต่อกิโลเมตร
(5) ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจให้เพิ่มการทำงานที่บ้าน เพื่อลดเวลาและต้นทุนด้านการเดินทาง ทั้งนี้ การศึกษาของ IEA พบว่าการทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น 1 วันต่อสัปดาห์ สามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 1 ของทั้งประเทศ และหากเพิ่มเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ จะลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 3-6
สำหรับด้านพลังงาน TDRI เสนอว่าควรลดการใช้กองทุนน้ำมัน โดยควรปรับราคาน้ำมันตามกลไกตลาดแบบ “ขั้นบันได” เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัว ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคการขนส่งสาธารณะ เกษตรกรและประมงรายย่อย เป็นต้น
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ TDRI ยังมียุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว (1–5 ปี) ปฏิรูปโครงสร้างเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน อาทิ การปฏิรูปตลาดพลังงานและประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า และการปฏิรูปภาคขนส่งและมาตรฐานยานยนต์ เป็นต้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
