รายงานพิเศษ : สถานทูตไทยในมาเลเซีย เร่งช่วยคนไทยหลังโควิดพ่นพิษ

รายงานพิเศษ : สถานทูตไทยในมาเลเซีย เร่งช่วยคนไทยหลังโควิดพ่นพิษ
มติชน
4 พฤษภาคม 2563 ( 05:10 )
229
1
รายงานพิเศษ : สถานทูตไทยในมาเลเซีย เร่งช่วยคนไทยหลังโควิดพ่นพิษ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทำให้หลายประเทศประกาศมาตรการคุมเข้มด้วยการปิดประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค คำสั่งดังกล่าวยังส่งผลกระทบกับคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำงานในต่างประเทศที่ทำให้ไม่สามารถกลับบ้านได้ ทั้งจากอุปสรรคในการเดินทางเนื่องจากข้อจำกัดที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยประกาศ เที่ยวบินที่ถูกยกเลิก และการเดินทางข้ามแดนถูกสั่งห้ามหรือควบคุม

หนึ่งในประเทศที่มีคนไทยเข้าไปทำงานอยู่มากที่สุดคือมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของไทยที่ประเมินคร่าวๆ ว่ามีคนไทยเข้าไปทำงานเหยียบ 2 แสนคน ทั้งถูกกฎหมายคือมีใบอนุญาตทำงานประมาณ 32,000 คน และทำงานแบบไม่ถูกกฎหมาย โดยใช้วิธีเดินทางเข้าออกทุกๆ 30 วันนับแสนคน ส่วนใหญ่คนไทยที่เข้าไปในมาเลเซียจะเข้าไปทำงานในร้านอาหารต้มยำที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศมาเลเซีย และยังทำงานเป็นพนักงานนวดอีกนับหมื่นคน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เข้าไปทำประมงราว 22,000 คน นักศึกษาไทยในมาเลเซียประมาณ 500 คน และคนไทยที่ไปแต่งงานกับคนมาเลเซียอีกจำนวนหนึ่ง

นับตั้งแต่รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศมาตรการควบคุมการสัญจร (Movement Control Order – เอ็มซีโอ) ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม และมีขยายเวลามาเรื่อยๆ รวม 4 ครั้งจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม คนไทยในมาเลเซียได้รับผลกระทบที่สำคัญที่สุดคือจากมาตรการสั่งปิดร้านนวดและร้านอาหาร เว้นแต่เฉพาะบางร้านที่มีบริการจัดส่ง เป็นเหตุให้แรงงานไทยส่วนใหญ่ต้องหยุดงานและไม่มีรายได้ อย่างก็ดีมาตรการเอ็มซีโอไม่จำกัดการเดินทางออกนอกประเทศของต่างชาติ โดยในระยะแรกของเอ็มซีโอมีคนไทยในมาเลเซียประมาณ 40,000 คน เดินทางออกจากมาเลเซียไปก่อนแล้ว

ต่อมาเมื่อรัฐบาลไทยได้ประกาศปิดชายแดนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม และได้จัดระบบเพื่อออกมาตรการให้คนไทยเดินทางกลับโดยกำหนดโควต้าการกลับไทยผ่านด่านผ่านแดนทางบกที่ 350 คนต่อวัน โดยให้คนไทยลงทะเบียนออนไลน์ขอหนังสือรับรองการเดินทางจากสถานเอกอัครราชทูต(สอท.)และสถานกงสุลใหญ่(สกญ.) ควบคู่กับการขอใบรับรองแพทย์ “Fit to Travel” ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มาเลเซียเกิดการระบาดระยะที่ 2 ในช่วยปลายเดือนมีนาคม-เมษายน สอท.เห็นข้อจำกัดและปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงได้เร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์ตลอดจนมาตรการของมาเลเซียและของไทยให้คนไทยทราบอยู่เสมอ พร้อมกับพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่าเกิดคำถามว่าทำไมถึงมีการกำหนดโควต้าเข้าไทย คำตอบที่สำคัญที่สุดคือก็เพื่อความปลอดภัยในการกลับเข้าประเทศของคนไทยเอง และเพื่อการเตรียมพร้อมของระบบคัดกรองสุขภาพที่มีมาตรฐานในฝั่งไทย โดยจังหวัดจะต้องจัดเตรียมสถานที่กักตัวของรัฐให้เพียงพอ ในขณะเดียวกันมาเลเซียก็มีข้อจำกัดจากเอ็มซีโอทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนจำนวนมาก เช่นเดียวกับแรงงานมาเลเซียในสิงคโปร์ที่มีนับแสนคน ฝ่ายมาเลเซียก็ใช้วิธีเดียวกันคือต้องมีการลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ณ สิงคโปร์ และกำหนดโควต้าการเข้าประเทศที่ 400 คนต่อวันเช่นกัน

แม้ว่าการลงทะเบียนออนไลน์อาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับคนไทยบางส่วน แต่สอท.และสกญ.ได้หาทางช่วยเหลือแนะนำผ่านเฟซบุ๊กเป็นระยะๆ สำหรับคนไทยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาทิ หญิงตั้งครรภ์ที่มีระยะครรภ์แก่ ครอบครัวที่มีลูกเล็ก คนป่วย และผู้สูงอายุ สอท.จะช่วยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือโดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้เดินทางกลับไทยอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยทุกราย

นอกจากนี้กว่า 2 สัปดาห์แล้วที่สอท.ได้อำนวยความสะดวกด้วยการจัดรถโดยสารขนส่งไปยังด่านต่างๆ ให้กับคนไทยที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อให้ได้วันเดินทางที่แน่นอน ผู้เดินทางต้องมีหนังสือรับรองจากสอท.และสกญ. และมีใบรับรองแพทย์แล้ว โดยได้จัดตารางเดินรถตั้งแต่ Johor Melaka Negeri Sembilan ไปจนถึง Pahang ซึ่งสามารถจองเที่ยวรถได้ผ่านทางโทรศัพท์ และจัดรถให้ตามจำนวนที่มีผู้จองเข้ามาในแต่ละวัน เพื่อให้คนไทยเดินทางถึงจุดผ่านแดนอย่างปลอดภัย ซึ่งเมื่อเดินทางถึงด่านแล้ว สกญ. ณ เมืองปีนังและเมืองโกตาบารูก็จะรออยู่เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและพยายามแก้ปัญหาหน้างานให้พี่น้องคนไทยทุกคน เพราะมีหลายคนที่ลงทะเบียนครบถ้วนแต่ไปผิดวันเดินทางบ้างหรือขาดใบรับรองแพทย์บ้าง ผู้แทนของสกญ.ก็จะคอยดูแลแก้ปัญหาให้กับคนไทยทุกคนด้วย

นอกจากการอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะเดินทางกลับบ้านแล้ว ภารกิจที่สอท.ให้ความสำคัญควบคู่กันคือช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ยังอยู่ในมาเลเซีย โดยเฉพาะคนที่ตกงานและไม่มีรายได้หาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งได้เริ่มให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยทำงานร่วมกับสกญ. ณ เมืองโกตาบารู สกญ. ณ เมืองปีนัง ทีมประเทศไทย และอาสาสมัครไทยรัฐต่างๆ ในมาเลเซีย รวมไปถึงภาคเอกชนของไทยคือบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(ปตท. สผ.) อีกทั้งการเข้ามาให้ความช่วยเหลือขององค์กรพัฒนาเอกชนในมาเลเซีย โดยได้ระดมกำลังเพื่อสั่งซื้อสินค้า แพคของ และได้กระจายเครือข่ายเพื่อแจกจ่ายข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ยาสีฟัน สบู่ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และสิ่งของจำเป็นเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ขณะที่ในช่วงรอมฎอน ก็ได้จัดส่งไมโล นมข้นหวาน และอินทผาลัม ให้กับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะในกรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐใกล้เคียงซึ่งมีคนไทยที่อยู่ในพื้นที่มีมากที่สุด

สอท.ยังได้จัดการลงทะเบียนเพื่อจัดส่งกล่องยังชีพทางไปรษณีย์เพิ่มอีกทางหนึ่ง ซึ่งเพียงแค่วันแรกมีคนมาลงทะเบียนกว่า 1,000 ราย และจนถึงขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 10,000 คน ซึ่งสอท.จะเร่งกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและต่อเนื่องที่สุด โดยนโยบายในการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลนั้นชัดเจว่าจะช่วยเหลือคนไทยที่เดือดร้อนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในมาเลเซียอย่างถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย จะช่วยอย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้งคนไทย และจะช่วยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับกรณีที่คนไทยห่วงกังวลมากที่สุดในนาทีนี้คือประเด็นการกลับเข้าประเทศไทยกับการการอาศัยอยู่ในมาเลเซียเกินกว่าวีซ่าซึ่งเกรงว่าจะถูกขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้ามาเลเซียได้อีก สถานทูตได้ชี้แจงข้อมูลผ่านประกาศในเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่พำนักในมาเลเซียเกิน 30 วัน ในช่วงที่เอ็มซีโอมีผลใช้บังคับ สามารถเดินทางออกจากมาเลเซียได้ โดยไม่เสียค่าปรับและไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ ส่วนผู้ที่ยังไม่ประสงค์จะเดินทางกลับไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียอนุโลมให้อยู่ได้จนกว่าเอ็มซีโอสิ้นสุดลง

ด้านสอท.ก็กำลังหารือกับมาเลเซียเพื่อช่วยให้คนไทยที่เดินทางกลับหลังเอ็มซีโอไม่เสียค่าปรับ ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้โทรศัพท์หารือประเด็นดังกล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียที่รับที่จะนำประเด็นนี้ไปพิจารณาหาทางช่วยเหลือต่อไป

ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือคนไทยเท่านั้น สอท.ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจของไทยในมาเลเซียที่ถูกสั่งให้หยุดกิจการ จนสามารถเปิดโรงงานได้ตามปกติแล้ว ขณะที่การขนส่งสินค้าข้ามแดนซึ่งเดิมอนุญาตเพียงการขนส่งอาหารเท่านั้น สอท.ก็ได้เจรจากับทางการมาเลเซียจนทำให้สินค้าทุกประเภทของไทยสามารถขนส่งมายังมาเลเซียได้ตามปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในอาเซียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง