ออสเตรเลียลดภาษีน้ำมัน-อียิปต์ออกมาตรการลดการใช้ไฟฟ้า

รัฐบาลออสเตรเลียจะลดภาษีน้ำมันเบนซิลและดีเซลลงครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งทะยานจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่ออิหร่าน โดยนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ได้ประกาศในวันนี้ (30 มีนาคม) ว่า ภาษีน้ำมันจะถูกตัดลดลงครึ่งหนึ่ง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน ในสภาวะความตึงเครียดด้านการเงินที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบโลกทะยานขึ้นไปที่ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่แพงที่สุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์
อัลบาเนซี ระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้ จะช่วยลดต้นทุนน้ำมันเบนซินลง 26.3 เซนต์ออสเตรเลีย หรือราว 6 บาท ต่อลิตร ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ประหยัดได้เกือบ 430 บาท ต่อน้ำมัน 1 ถัง ที่ 65 ลิตร
อัลบาเนซี ยังระบุด้วยว่า "เราเข้าใจดีถึงความกดดันเรื่องราคาข้าวของที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชน อันเป็นผลจากสงครามที่อยู่อีกซีกโลก แต่ที่นี่ก็ได้รับผลกระทบด้วย และเราจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง"
นอกจากนี้ รัฐบาลออสเตรเลียจะระงับการเก็บภาษีสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นเวลา 3 เดือนด้วย
แม้ว่าออสเตรเลียจะเป็นผู้ส่งออกถ่านหินและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ แต่ออสเตรเลียก็ยังคงต้องนำเข้าเชื้อเพลิงกลั่นประมาณ 80% จากต่างประเทศ
เฉลี่ยแล้ว น้ำมันดีเซลในออสเตรเลียขึ้นมาประมาณ 10% ส่วนน้ำมันเบนซิลขึ้นราว 8% ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม
ทั้งนี้ ออสเตรเลียยังไม่ได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานภาคบังคับ เช่น การจำกัดปริมาณการใช้น้ำมัน และการทำงานจากที่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ก็เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมากเกินไป
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน คริส โบเวน เปิดเผยต่อรัฐสภาว่า สถานีบริการน้ำมันกว่า 500 แห่งทั่วประเทส ประสบปัญหาน้ำมันหมดอย่างน้อย 1 ชนิด เนื่องจากมีการซื้อกักตุน
รัฐมนตรีโบเวน กล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อุปทานพลังงานของออสเตรเลียยังคงมั่นคง โดยการส่งมอบน้ำมันทั้งหมดยังเป็นไปตามกำหนด และประเทศมีน้ำมันเบนซินสำรองฉุกเฉิน 39 วัน ขณะที่น้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน มีสำรองเพียงพอ 30 วัน
นอกจากนี้ 2 รัฐของออสเตรเลีย ยังประกาศให้ใช้รถขนส่งสาธารณะได้ฟรี ๆ ด้วย เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ประชาชนในรัฐวิคตอเรีย จะไม่ต้องจ่ายค่ารถสาธารณะเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 31 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนประชาชนในรัฐทัสมาเนีย ก็ไม่ต้องจ่ายค่ารถบัส และค่าเรือ ตั้งแต่ 30 มีนาคม จนถึง 1 กรกฎาคม
อียิปต์ได้ออกมาตรการลดการใช้ไฟฟ้า หลังจากสงครามของสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซ ทำให้ต้องสั่งให้ร้านค้าปิดเร็วขึ้น และปิดไฟโฆษณาข้างถนน โดยร้านค้าและร้านอาหารต้องปิดภายในเวลา 21:00 น. ตามมาตรการใหม่ ซึ่งเร็วขึ้นเกือบ 4 ชั่วโมงจากปกติ ส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาสำคัญในการทำธุรกิจของประเทศ
สำหรับยัสเซอร์ ฮามิโด ผู้จัดการร้านอาหาร มาตรการนี้ทำให้ต้องปรับตารางพนักงาน ให้บางคนหยุด และจัดกะการทำงานใหม่ เพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ภายใต้เวลาที่สั้นลง เขากล่าวว่า “เรายอมรับมาตรการนี้ เพราะรู้ว่ามันสำคัญต่อประเทศ เราก็ต้องปรับตัวไปก่อน จากนั้นก็รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
มาตรการดังกล่าวกำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด ประเทศที่เคยมีถนนคึกคักและชีวิตยามค่ำคืนอย่างมีสีสันกำลังมืดลง ป้ายโฆษณาและไฟสาธารณะถูกปิดลง ยกเว้นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่นชาร์ม เอล ชีค และฮูร์กาดา เมืองท่องเที่ยวตากอากาศสำคัญริมทะเลแดง
ฮอสซัม กาวิช นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ระบุว่า ความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลางทำให้เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติทั่วโลก รวมถึงในอียิปต์ ประกอบกับราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อียิปต์นำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ยากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศใช้ก๊าซธรรมชาติ
ขณะที่ รัฐบาลระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นจาก 1,200 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เป็นมากกว่า 2,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมการใช้ไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับ
อย่างไรก็ตาม การบังคับปิดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ กีฬา และความบันเทิงเร็วขึ้น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน แม้รัฐบาลจะชี้แจงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อการตัดสินใจดังกล่าวในช่วงวิกฤต
โดยปกติ ชาวอียิปต์มักใช้เวลาพักผ่อนในช่วงเย็น เนื่องจากอากาศเย็นลง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ธุรกิจต่าง ๆ จึงกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียรายได้จากการปิดร้านเร็ว
กาวิชกล่าวเพิ่มเติมว่า การลดเวลาทำการจะส่งผลให้รายได้และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ลดลง, ค่าแรงของพนักงานลดลง และกำลังซื้อของประชาชนลดลง แต่ก็เป็นเรื่องของการปรับพฤติกรรม ซึ่งต้องใช้เวลา
ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากประชาชน เจ้าหน้าที่ระบุว่า นโยบายปิดร้านเร็วนี้จะถูกทดลองใช้ก่อน และจะมีการประเมินผลอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
