รีเซต

สัมพันธ์ระหว่างประเทศตึงเครียด ฉุดการค้าจีน-สหรัฐฯ ซบ

สัมพันธ์ระหว่างประเทศตึงเครียด ฉุดการค้าจีน-สหรัฐฯ ซบ
77ข่าวเด็ด
14 กรกฎาคม 2563 ( 05:45 )
51
สัมพันธ์ระหว่างประเทศตึงเครียด ฉุดการค้าจีน-สหรัฐฯ ซบ

ความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่กำลังทวีความตึงเครียด ไล่เรียงตั้งแต่ความขัดแย้งในเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 มาจนถึงล่าสุดจากกรณีการอ้างกรรมสิทธิ์ดินแดนเหนือทะเลจีนใต้ ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ ที่ตัวเลขการนำเข้าส่งออกลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

แม้ช่วงต้นปีจะมีสัญญาณข่าวดี หลัง จีนกับสหรัฐฯ สามารถลงนามในข้อตกลงเฟส 1 ยุติสงครามการค้า ระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันได้สำเร็จ แต่ความสำเร็จดังกล่าวดูจะไม่สามารถกระตุ้นให้การค้าระหว่างกันขยายตัวได้มากนัก

ล่าสุด กรมศุลกากรจีนเปิดเผยตัวเลขการ นำเข้าส่งออก สินค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ พบปรับตัวลดลง โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง 8.1% ขณะที่ การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ลดลง 1.5%

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพรวม จีนยังมีการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ โดยสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 27,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤษภาคม มาอยู่ที่ 29,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะที่ การส่งออกทั้งหมดของจีนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะปรับตัวลดลง 1.5%

ด้านการนำเข้าของจีนโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% ตรงช้ามกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 10% หลังจากที่เดือนพฤษภาคมก่อนหน้าปรับตัวลดลงถึง 16.7%

ตัวเลข นำเข้าส่งออก ที่กระเตื้องขึ้นของจีนนี้เป็นผลมาจากการเปิดตลาดหลังคลายมาตรการล็อดาวน์ของบรรดานานาประเทศในแถบตะวันตก รวมถึงอานิสงส์จากยอดสั่งซื้อสินค้าจำพวก อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หรือ PPE (Personal Protective Equipment) จากจีนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านรอยเตอร์สรายงานว่า ตัวเลขการนำเข้าส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจแดนตะวันออกแห่งนี้กำลังกระเตื้องขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัวลงแรงถึง 6.8% ทว่า การฟื้นตัวของจีนยังไม่แข็งแรงมากนัก เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ยังไม่หมดไป ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่ความต้องการบริโภคสินค้าในตลาดโลกอาจหยุดชะงักได้ทุกเมื่อ

 

ที่มา Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง