รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 23 ต.ค. 2569 ปิดบวก 11.89 จุด กังวลการแข่งขันด้านการลงทุน AI

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 23 ต.ค. 2569 ปิดบวก 11.89 จุด กังวลการแข่งขันด้านการลงทุน AI
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2569 ( 07:23 )
21

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 23 ต.ค. 2569 ปิดเพิ่มขึ้น 11.89 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขี้นเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดร่วงหนัก และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลังจากรายงานผลประกอบการของบริษัทชั้นนำหลายแห่งจุดชนวนความกังวลระลอกใหม่เกี่ยวกับการแข่งขันด้านการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,867.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.89 จุด หรือ +0.02%

ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,663.43 จุด ลดลง 93.74 จุด หรือ -1.21%

ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,008.859 จุด ลดลง 693.998 จุด หรือ -2.60%


ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลัก ถูกฉุดร่วงลงโดยหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากมีการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายแห่ง ส่วนดัชนี Dow Jones ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบริษัทชั้นนำ สามารถพลิกกลับมาปิดบวกได้เล็กน้อยในช่วงไม่กี่นาทีก่อนปิดตลาด

หุ้น Meta Platforms ร่วงลง 7.0% แม้ว่าผลประกอบการจะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ บริษัทแม่ของ Facebook รายงานกระแสเงินสดไหลออกเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศแผนการออกหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ผ่านการแตกหุ้นในอัตรา 2 ต่อ 1 เพื่อระดมทุนสำหรับนำไปใช้จ่ายในเทคโนโลยีดังกล่าว

หุ้น Tesla ปรับตัวลดลง 3.1% แม้ว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้จะรายงานกระแสเงินสดอิสระที่เป็นบวกเกินความคาดหมายในไตรมาสที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศปรับลดแผนการลงทุนในปี 2569 ลงก็ตาม

ขณะที่หุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง Intel, AMD, SanDisk และ Marvell ต่างร่วงลงกว่า 8% ท่ามกลางแรงเทขายในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หุ้นกลุ่มที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักคือกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเคยเป็นดาวเด่นของตลาดมาโดยตลอดจนถึงช่วงประมาณเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตระหนักว่า AI นั้นยังมีช่องโหว่บางประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อดัชนีต่าง ๆ เนื่องจากดัชนีเหล่านี้มีสัดส่วนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอยู่ค่อนข้างมาก

รอยเตอร์รายงานว่า ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ร่วงลงถึง 6.7% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน และจากการปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี ทำให้ดัชนี SOX ร่วงลงแล้วกว่า 26% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมทั้งปี ดัชนียังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 51.5% เมื่อนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันบรรยากาศการซื้อขาย โดยกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน


สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.39% ปิดที่ 99.47 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.35 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 113.17 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เจรจากับอิหร่าน พร้อมระบุว่า “บางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” ถ้อยแถลงของเขามีขึ้น หลังจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า การถอนนักการทูตสหรัฐฯ จากซาอุดีอาระเบียมีขึ้น ขณะที่กองทัพสหรัฐและอิสราเอลได้จัดทำแผนการอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย. โดยปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาสั้น แต่มีความรุนแรง และแผนดังกล่าวกำลังมีความคืบหน้า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาใช้ระเบิด GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast หรือ MOAB ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง” (Mother of All Bombs) ในการโจมตีอิหร่าน

รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เพิ่มความเข้มข้นของการฝึกซ้อมทางทหาร รวมทั้งการส่งเครื่องบินรบบินเหนือน่านฟ้าอิรักเพื่อฝึกซ้อมยุทธวิธีการโจมตี รายงานยังระบุว่า พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้พบกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างการเดินทางเยือนอิสราเอลโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน

นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ทั้งนี้ ตลาดจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง