รีเซต

งานวิจัยใหม่วาฬเบลูกา พบ “การผสมพันธุ์” น่าสนใจ ตัวผู้ “เล่นเกมยาว” ตัวเมียเน้น “เกมสั้น”

งานวิจัยใหม่วาฬเบลูกา พบ “การผสมพันธุ์” น่าสนใจ ตัวผู้ “เล่นเกมยาว” ตัวเมียเน้น “เกมสั้น”
TNN ช่อง16
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:33 )

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ฟลอริดา แอทแลนติก (Florida Atlantic University (FAU)) ประเทศ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของ “วาฬเบลูกา” (Beluga Whale) พบว่าพวกมันไม่ได้มีคู่เดียว แต่ใช้ระบบ “หลายคู่หลายฤดูกาล”

งานวิจัย 13 ปี กับวาฬเบลูกาในอ่าวบริสตอล

ทีมนักวิจัยได้ใช้เวลาไปกว่า 13 ปี กับการศึกษาเกี่ยวกับวาฬเบลูกาในอ่าวบริสตอล รัฐอะแลสกาสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มวาฬขนาดประมาณ 2,000 ตัว ที่แทบไม่มีการผสมพันธุ์กับวาฬเบลูกาฝูงอื่นเลย

ทางทีมวิจัยได้เก็บข้อมูลพันธุกรรมจากวาฬเบลูกาจำนวน 623 ตัว พร้อมสังเกตพฤติกรรมทางสังคม อายุ และโครงสร้างกลุ่มอย่างละเอียด จนสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางสายเลือด และรูปแบบการสืบพันธุ์ในระดับเชิงลึกได้เป็นครั้งแรก

สำหรับวิธีในการวิจัย ทางทีมนักวิจัย ได้ใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งการเก็บ DNA เพื่อนำมาใช้ตรวจสอบว่าใครเป็นพ่อแม่ของลูกวาฬแต่ละตัว ทำให้รู้โครงสร้างครอบครัวและรูปแบบการผสมพันธุ์จริง นอกจากนี้ยังได้ติดตามพฤติกรรมวาฬในธรรมชาติ พร้อมบันทึกอายุ เพศ พฤติกรรม และการรวมกลุ่ม

ผลการศึกษาพบว่า วาฬเบลูกามีพฤติกรรมการผสมพันธุ์แบบหลายคู่ (Polygynandrous) หรือก็คือการที่สัตว์ทั้งตัวผู้และตัวเมีย มีคู่ผสมพันธุ์หลายตัว ไม่ได้ยึดติดกับคู่เดียวหรือฤดูกาลเดียว

ด้วยพฤติกรรมนี้ ทำให้ลูกวาฬจำนวนมากเป็นพี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม แก้ปัญหาการอยู่รอดที่ถูกแยกออกจากกลุ่มอื่น ซึ่งต้องเสี่ยงต่อการผสมพันธุ์ในเครือญาติเดียวกัน 

โดยการผสมพันธุ์ในเครือญาติของวาฬเบลูกา ตัวลูกอาจมียีนด้อยผิดปกติแสดงออกมามาก สุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย ภูมิต้านทานต่ำ ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้น้อย การที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม ยีนในวาฬจะผสมข้ามกันตลอด ลดโอกาสที่ยีนเสียซ้ำ ๆ จะเจอกัน แม้จะมีการผสมพันธุ์ในเครือญาติก็ตาม

ตัวผู้ “เล่นเกมยาว” ตัวเมียเน้น “เกมสั้น”

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยเคยเชื่อว่าวาฬเบลูกาน่าจะเป็นสัตว์ที่ตัวผู้เป็นผู้คุมการผสมพันธุ์ เนื่องจากตัวผู้มีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเมีย แต่ผลการวิจัยกลับพบว่า ตัวผู้ด้วยกัน จะไม่แข่งขันหาตัวเมียอย่างรุนแรงในระยะสั้น เพราะพวกมันอาจมีอายุยืนยาวถึง 100 ปีหรือมากกว่า แทนที่จะทุ่มทุกอย่างในฤดูกาลเดียว ตัวผู้เลือกกระจายโอกาสการสืบพันธุ์ไปตลอดช่วงชีวิต กลายเป็นกลยุทธ์ “ค่อยเป็นค่อยไป แต่ยั่งยืน” หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นแบบการ “เล่นเกมยาว” ในเรื่องของความสัมพันธ์

ในขณะที่ตัวผู้เน้นเล่นเกมยาว ตัวเมียจะเน้นเล่นเกมสั้น หรือการเปลี่ยนคู่ผสมพันธุ์อยู่บ่อยครั้งในแต่ละฤดูกาล นักวิจัยเชื่อว่านี่คือวิธีหลีกเลี่ยงการเลือกคู่ที่ไม่เหมาะสม และช่วยป้องกันการลดคุณภาพทางพันธุกรรมของลูกหลาน

การศึกษานี้ตอกย้ำว่า การเลือกคู่ของเพศเมีย มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการสืบพันธุ์ไม่แพ้การแข่งขันของตัวผู้ และเป็นพลังสำคัญที่กำหนดทิศทางวิวัฒนาการของวาฬเบลูกา

ตามปกติแล้ว วงจรชีวิตและการสืบพันธุ์ของวาฬเบลูกา จะตัวผู้จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช่วงประมาณ 8–15 ปี ตัวเมีย 8–14 ปี และตั้งท้องประมาณ 12–15 เดือน ก่อนจะคลอดวาฬเด็กออกมา โดยตัวเมียทั่วไปจะให้กำเนิดลูกครั้งละหนึ่งตัว ทุกประมาณ 2–3 ปี

นักวิจัยยังพบว่าวาฬเบลูกาตัวเมียที่มีอายุมากมักมีลูกที่รอดชีวิตมากกว่าตัวเมียที่อายุยังน้อย เนื่องมาจากประสบการณ์ในการเลือกคู่และการเลี้ยงลูก อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้ววาฬเบลูกาจะมีลูกไม่มากในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากมีอัตราการสืบพันธุ์ที่ช้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมมีความสำคัญ

ความสำคัญต่อการอนุรักษ์วาฬเบลูกา

ความเข้าใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การผสมพันธุ์ของวาฬเบลูกามีความสำคัญอย่างมากต่อการอนุรักษ์ หากมีตัวผู้เพียงไม่กี่ตัวที่เป็นพ่อของลูกวาฬส่วนใหญ่ จะทำให้ขนาดประชากรเชิงพันธุกรรมลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการผสมในสายเลือดเดียวกัน และลดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนคู่บ่อย การกระจายโอกาสสืบพันธุ์ และการหลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์ในเครือญาติอย่างใกล้ชิด คือกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาสุขภาพทางพันธุกรรมของวาฬกลุ่มเล็ก ๆ นี้

ทีมนักวิจัยได้ทำงานร่วมกับชุมชนชนพื้นเมืองในอ่าวบริสตอลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการอนุรักษ์วาฬเบลูกา ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเขตอาร์กติก

แม้ว่าวาฬเบลูกาจะยังเผชิญความเสี่ยงจากการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม แต่งานวิจัยนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ธรรมชาติมีกลไกอันยืดหยุ่นและชาญฉลาดที่ช่วยให้สายพันธุ์ยังคงอยู่รอด และเป็นความหวังสำคัญสำหรับการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก

งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการอธิบายไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ล่าสุดในวารสาร Frontiers in Marine Science : https://www.frontiersin.org/journals/marine-science/articles/10.3389/fmars.2025.1707758/full

แหล่งที่มา : Florida Atlantic University

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง