รีเซต

แผนขุดน้ำมันของ “ทรัมป์” ในเวเนซุเอลา จะปล่อยคาร์บอนมหาศาล เสี่ยงซ้ำเติมสภาพภูมิอากาศโลก!

แผนขุดน้ำมันของ “ทรัมป์” ในเวเนซุเอลา จะปล่อยคาร์บอนมหาศาล เสี่ยงซ้ำเติมสภาพภูมิอากาศโลก!
TNN ช่อง16
7 มกราคม 2569 ( 12:33 )
10

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศออกมาเตือนว่า แนวคิดของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐอเมริกา ในการเร่งเพิ่มการผลิตน้ำมันในประเทศเวเนซุเอลา อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสภาพภูมิอากาศโลก และทำให้ความพยายามจำกัดภาวะโลกร้อนยิ่งยากขึ้น


รายงานระบุว่า หลังจากสหรัฐเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี “นิโกลัส มาดูโร” ของเวเนซุเอลา พร้อมภริยา “ซีเลีย ฟลอเรส” เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2569 ทรัมป์ได้แสดงท่าทีต้องการขยายแนวคิด “drill, baby, drill” หรือการเร่งขุดเจาะน้ำมัน ไปยังเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก ราว 300,000 ล้านบาร์เรล


ทรัมป์กล่าวว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐจะเข้าไปลงทุน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม และนำผลประโยชน์จากน้ำมันกลับคืนมา พร้อมระบุว่าสหรัฐควรได้ครอบครองทรัพยากรเหล่านี้มานานแล้ว โดยรัฐบาลของเขากำลังกดดันรัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลาให้ยกเลิกกฎหมายที่กำหนดให้รัฐต้องถือหุ้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งในโครงการน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากเวเนซุเอลาสามารถเพิ่มกำลังการผลิตกลับไปใกล้ระดับสูงสุดในทศวรรษ 2510 ที่ราว 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าปัจจุบันกว่า 3 เท่า จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญ


แม้เพียงการเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก็จะก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 550 ล้านตันต่อปี ซึ่งมากกว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหราชอาณาจักรและบราซิล


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น้ำมันดิบของเวเนซุเอลาเป็นหนึ่งในน้ำมันที่มีความเข้มข้นของคาร์บอนสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะน้ำมันดิบหนักพิเศษ ซึ่งปล่อยมลพิษทั้งคาร์บอนและมีเทนในระดับสูง ทำให้ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมยิ่งเพิ่มขึ้น


ขณะเดียวกัน โลกกำลังเข้าใกล้จุดที่อุณหภูมิจะสูงเกินข้อตกลงสากล ส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน พายุ และภัยแล้งรุนแรงมากขึ้น การเพิ่มการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจะทำให้ราคาน้ำมันโลกถูกลง และชะลอการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า

นักวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ระบุว่า หากมีน้ำมันใหม่เข้าสู่ตลาดวันละหลายล้านบาร์เรล จะทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นเร็วกว่าเดิม และสุดท้ายทุกฝ่ายจะเป็นผู้สูญเสีย รวมถึงประชาชนชาวเวเนซุเอลาเอง


ในด้านเศรษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แผนการของทรัมป์อาจเผชิญอุปสรรคจำนวนมาก ทั้งความเสี่ยงทางการเมือง ความไม่มั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาอีก 500,000 บาร์เรลต่อวัน ต้องใช้งบลงทุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350,000 ล้านบาท และใช้เวลาราว 2 ปี


ขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในต้นทศวรรษ 2570 จะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 110,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.85 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะหากต้องพัฒนาพื้นที่แถบโอริโนโก ซึ่งมีน้ำมันดิบหนักที่สกัดและกลั่นได้ยาก


นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า แม้บางบริษัทน้ำมันของสหรัฐอาจสนใจผลกำไรจากน้ำมันราคาถูกของเวเนซุเอลา แต่โดยภาพรวมแล้ว การขยายการผลิตน้ำมันในประเทศดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรง และอาจไม่คุ้มค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและความยั่งยืนในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง