นครศรีธรรมราช พบคลัสเตอร์ใหม่ ผู้ว่าฯ สั่งห้ามขรก.เดินทางออกนอกจังหวัด

นครศรีธรรมราช พบคลัสเตอร์ใหม่ ผู้ว่าฯ สั่งห้ามขรก.เดินทางออกนอกจังหวัด
TNN ช่อง16
13 พฤษภาคม 2564 ( 08:55 )
84
นครศรีธรรมราช พบคลัสเตอร์ใหม่ ผู้ว่าฯ สั่งห้ามขรก.เดินทางออกนอกจังหวัด

วันนี้ (13 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 20 ราย อยู่ในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 11 ราย เป็นคลัสเตอร์ใหม่แม่ค้าขายไก่ ติดเชื้อรวม 11 ราย อยู่ครอบครัวเดียวกัน และที่ตำบลท่าเรือ พบผู้ป่วยเพิ่ม 5 คน จากการตรวจเชิงรุก(Active Case Finding)

นอกจากนี้ พบผู้ป่วยเพิ่มที่อำเภอลานสกา 4 ราย เชื่อมโยงกับ อบต.ท่าเรือ 2 ราย และอีก 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน เป็นพนักงานท็อปซุปเปอร์มาเก็ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช และ อ.พิปูน 1 ราย อยู่ที่ตำบลควนกลาง ซึ่งทั้งหมดเป็นการลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่

แต่ที่น่ากังวลอีกกลุ่มคลัสเตอร์ คือ กลุ่มคลัสเตอร์นายหนังทำขวัญนาค หมู่ที่ 2 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อเชิงรุกเก็บตัวอย่างเชื้อตรวจประมาณ 500 คน โดยจะทราบผลในวันนี้ สำหรับมาตรการที่ดำเนินการในขณะนี้คือเมื่อตรวจพบผู้ป่วยต้องลงพื้นที่สอบสวนโรคให้เร็วขึ้นและปิดสถานที่ให้เร็วขึ้น 

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ยังได้ยกระดับการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยห้ามข้าราชการเดินทางออกนอกจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 13-31 พฤษภาคม 2564 เว้นแต่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนและต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรค เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาช

ขณะนี้จังหวัดกำลังรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความมั่นใจแก่ประชาชนในการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชมีเป้าหมายการฉีดวัคซีน 70% ของจำนวนประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน โดยมีการกระจายจุดฉีดวัคซีนไปทั้ง 23 อำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 2 จุด ส่วนอำเภอขนาดใหญ่ เช่น อ.เมือง ปากพนัง ทุ่งสง ท่าศาลา สิชล จะมี 3-4 จุด รวมจุดฉีดวัคซีนจำนวน 50-52 จุด สามารถฉีดได้วันละเกือบ 2 หมื่นราย ถ้าเริ่มฉีดวันที่ 1 มิถุนายน สามารถฉีดได้จบปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 70% ยังเหลือ อสม.บางส่วนซึ่งบางคนเป็นผู้สูงอายุจะไปอยู่ในกลุ่มต่อไป ส่วนในกลุ่มของผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ขณะนี้อยู่ในช่วงรณรงค์จองฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งมีเป้าหมายประมาณ 3 แสนราย ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเพียง 3 หมื่นกว่าราย ถือว่ายังน้อยมาก

ดังนั้น จึงต้องยกระดับในการรณรงค์เชิญชวนสร้างการรับรู้ ซึ่งต้องทำ 2 ส่วนพร้อมกัน คือ การเปิดให้มีการลงทะเบียนจองวัคซีนได้ง่ายขึ้นทั้งคนที่มีโซเชียลมีเดียและไม่มีโซเชียลมีเดีย โดยให้ อสม.เดินเคาะประตูบ้าน และสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของวัคซีนในการป้องกันโรค จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน เป็นการสร้างความมั่นใจ และให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด และทั่วถึงมากที่สุด .


ข่าวที่เกี่ยวข้อง