"กยท." ชี้แนวโน้ม"ยางพารา"อยู่ในทิศทางดี

นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ยางพาราในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 มีทิศทางราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาแผ่นรมควันชั้น 3 ในช่วงเดือนมกราคมเฉลี่ยประมาณ 60-61 บาทต่อกิโลกรัม ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 74-75 บาทต่อกิโลกรัมในช่วงปลายเดือนมีนาคม และมีแนวโน้มปรับตัวในระดับที่ดี ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางของ กยท. มีส่วนช่วยทำให้ภาพรวมตลาดเกิดความสมดุล ประกอบกับการที่มีปริมาณผลผลิตยางออกสู่ตลาดลดลงระยะสั้น ในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเป็นช่วงผลัดใบของต้นยาง เกษตรกรชาวสวนยางปิดกรีดหน้ายาง
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาทำให้ราคายางมีการปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ได้มีการปรับตัวกลับเข้าสู่กลไกตลาดตามปกติในเวลาต่อมา สะท้อนถึงความต้องการใช้ยางในตลาดโลกที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การปิดกั้นเส้นทางขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ (LNG) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15-20% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก มีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยปกติความต้องการใช้ยางทั้งโลกอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านตันต่อปี เป็นยางธรรมชาติประมาณ 13 ล้านตัน ยางสังเคราะห์ประมาณ 9 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังมีราคาสูง ราคายางสังเคราะห์ก็จะมีราคาสูงเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคายางธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย คาดว่าราคายางแผนรมควันชั้น 3 ของไทย อาจมีโอกาสทะลุ 100 บาทต่อกิโลกรัมก็เป็นไปได้ เนื่องจากปริมาณการผลิตยางในปีนี้ยังต่ำว่าปริมาณความต้องการยางประมาณ 400,000–700,000 ตัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
