รีเซต

น้ำเหนือจ่อเจ้าพระยา! เพิ่มระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงน้ำสูงอีก 15–30 ซม.

น้ำเหนือจ่อเจ้าพระยา!  เพิ่มระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงน้ำสูงอีก 15–30 ซม.
TNN ช่อง16
1 ตุลาคม 2569 ( 13:30 )
6

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รับมือน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เตรียมยกของขึ้นที่สูง ขณะที่ ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศยังเหลือ 30 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน

 

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 02.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม หลังกรมชลประทานประเมินปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ เวลา 20.00 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,565 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา ทำให้มีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

กรมชลประทานคาดการณ์ว่า วันที่ 2 ตุลาคม ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จะเพิ่มสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งจะช่วยรับน้ำประมาณ 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที


จากแนวโน้มดังกล่าว คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อนุมัติให้กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยควบคุมไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทยอยเพิ่มแบบขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 02.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม ที่อัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การเพิ่มการระบายน้ำครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 15–30 เซนติเมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

 

พระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร

อ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโย

สิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี

และ ชัยนาท อำเภอสรรพยา

 

รวมทั้งพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยใน 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขอให้ประชาชนติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ พร้อมเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง


กรมชลประทานจะใช้ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งและพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนช่วยรับและชะลอน้ำ เพื่อควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และจะทยอยปรับการระบายตามสถานการณ์จริง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม จะทยอยลดการระบาย พร้อมเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลผ่านคลองลัดโพธิ์ตามจังหวะน้ำขึ้น–ลง


ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 16–30 กันยายน พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยรวม 43 จังหวัด


ข้อมูล ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 30 กันยายน ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 30 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 187 อำเภอ และกรุงเทพมหานครอีก 29 เขต มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1 ล้าน 1 แสน 2 หมื่นครัวเรือน หรือกว่า 3 ล้าน 1 แสน 9 หมื่นคน และมีผู้เสียชีวิต 24 คน

 

พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์ ได้แก่ ภาคเหนือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร

ภาคกลาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกรุงเทพมหานคร

ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง