90 วันแห่งการเปลี่ยนผ่าน “อุเทนถวาย” โจทย์สำคัญมาตรฐานการศึกษาต้องไม่ตกหล่น

เมื่อมาตรการความปลอดภัยและกระบวนการส่งมอบพื้นที่นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนสำหรับ “การย้ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย” ไปยังสถานที่แห่งใหม่ เรียกว่าเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ เพราะมิใช่เป็นเพียงแค่การส่งมอบพื้นที่ตามพันธกิจ
ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร้อยเรียงแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกชีวิตในรั้วสถาบันได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งต้องไม่ผลักภาระให้นักศึกษาหรือบุคลากร เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและราบรื่นที่สุด
ท่ามกลางกระบวนการดังกล่าว กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กว่าร้อยชีวิต ได้รวมตัวกันเดินทางมายังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อแสดงพลังขับเคลื่อนเจตนารมณ์ ในการเรียกร้องให้คงสถานศึกษาไว้ ณ ที่ตั้งเดิม พร้อมทั้งแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อแผนการโยกย้ายสถาบันไปยังพื้นที่แห่งใหม่ โดยมองว่านักศึกษาเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานที่รองรับที่พร้อมใช้งาน จึงอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของนักศึกษาสภาพจิตใจ และการเรียนการสอนโดยตรง
ภาพจาก Thai News Pix
เดินหน้าเปลี่ยนผ่าน “อุเทนถวาย” ใน 90 วัน ดูแลมาตรฐานไม่ให้ตกหล่น
ล่าสุดเพื่อเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เดินหน้าเปลี่ยนผ่าน “อุเทนถวาย” ใน 90 วัน ดูแลมาตรฐานไม่ให้ตกหล่น
การดำเนินการเรื่องพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นสิ่งที่ต้องให้เครดิตทุกฝ่ายที่ช่วยกันวางโครงสร้างและแนวทางไว้ก่อนหน้านี้ หน้าที่ของผมในวันนี้คือการเข้ามารับช่วงต่อ ขับเคลื่อนให้ชัดเจน และนำทางออกที่เป็นรูปธรรมมาดูแลทุกฝ่ายให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ขอย้ำให้เข้าใจตรงกันว่า มาตรการงดเว้นการเรียนการสอนในพื้นที่เดิมชั่วคราว 90 วัน เกิดจากความจำเป็นเร่งด่วนด้านความปลอดภัยเพื่อดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษาและประชาชน ส่วนการเตรียมสถานที่แห่งใหม่เป็นไปตามกระบวนการส่งมอบพื้นที่ตามมติ กยพ. ซึ่งไม่ใช่มาตรการลงโทษนักศึกษาจากเหตุความขัดแย้งแต่อย่างใด
ภาพจาก รัฐบาลไทย
“มาตรฐานการศึกษาต้องไม่ตกหล่นไม่ผลักภาระให้ใคร”
จากการพูดคุยร่วมกับนักศึกษา อธิการบดีทั้งอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เราได้วางแนวทางรองรับไว้ครบทุกมิติแล้ว ดังนี้
การเรียนภาคปฏิบัติและมาตรฐานห้องแล็บ
ล่าสุดได้พูดคุยประสานงานกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในเครือข่ายหลายแห่งเรียบร้อยแล้ว ทุกแห่งพร้อมเปิดรับนักศึกษาที่ต้องการเข้าไปเรียนวิชาปฏิบัติการ โดยพร้อมสนับสนุนทั้งห้องแล็บ เครื่องมือ และอุปกรณ์การเรียนอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังได้ดึง “สภาวิศวกร” เข้ามาช่วยกำกับดูแลให้การจัดหาแล็บและเครื่องมือได้มาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงเปิดทางเลือกให้นักศึกษาที่ประสงค์จะย้ายไปเรียนในภูมิลำเนาหรือสถาบันอื่นได้รับการดูแลอย่างเต็มที่
สิทธิประโยชน์และค่าใช้จ่ายของนักศึกษา
มหาวิทยาลัยจะประเมินและออกมาตรการลดภาระอย่างเร่งด่วน ทั้งการพิจารณาปรับลดค่าเทอม การเยียวยาค่าหอพักเดิมที่จ่ายไปแล้ว ตลอดจนการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักอาศัยตามความเหมาะสม
การดูแลคณาจารย์และบุคลากร
เพื่อให้การสอนมีความต่อเนื่องโดยไม่สร้างภาระเกินสมควร ได้กำหนดแนวทางให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนการสอนพิเศษเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติราชการ และค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่คณาจารย์ตามระเบียบราชการ พร้อมให้มหาวิทยาลัยช่วยดูแลเรื่องที่พักอาศัยและการทำงานอย่างใกล้ชิด
งบประมาณรองรับ
มหาวิทยาลัยจะรวบรวมภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณชดเชยในแผนงบฯปี พ.ศ. 2570 หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ทรัพยากรหรืองบประมาณเพิ่มเติมในตอนนี้ ก็ให้จัดทำรายละเอียดเสนอขึ้นมาเพื่อพิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ได้ทันที
พื้นที่เดิมจะไม่ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ผมเข้าใจถึงความผูกพันและข้อกังวลของศิษย์เก่าและนักศึกษาทุกคน จากการหารือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันชัดเจนว่า “พื้นที่เดิมจะไม่ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์” โดยเราได้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน เพื่อมุ่งพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา นวัตกรรม และอุตสาหกรรม “เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม”
ภาพจาก Thai News Pix
นัดถก “อุเทนถวาย” 22 ต.ค. เร่งหาข้อยุติย้ายสถานศึกษา
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นี้ ได้นัดหารือกับผู้บริหารอุเทนถวายอีกครั้งเพื่อติดตามความคืบหน้าแบบลงรายละเอียด และได้ประสานผ่านทางท่าน ปลัด อว. แล้วว่า หากมีข้อขัดข้องในจุดใด ให้แจ้งตรงได้โดยด่วนที่สุด
ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย
ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือและการ “เปิดใจรับฟังกันและกัน“ ทั้งจากศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน และคณาจารย์ เราจะก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างราบรื่น รักษามาตรฐานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม และดูแลอนาคตของน้องๆ นักศึกษาทุกคนได้เท่าที่จะเป็นไปได้ที่สุด
การก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเปิดใจรับฟังและหารือร่วมกัน ซึ่งจะมีการนัดหารือติดตามความคืบหน้าแบบลงรายละเอียดในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นี้ โดยมีเป้าหมายคือ การรักษามาตรฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม และดูแลอนาคตของนักศึกษาทุกคนให้ดีที่สุดมาตรฐานการศึกษาต้องไม่ตกหล่น และไม่ผลักภาระให้ใคร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
