รีเซต

สรุปทางออก “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” ยึดกฎหมาย-ความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด

สรุปทางออก “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” ยึดกฎหมาย-ความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2569 ( 07:53 )
2

สรุป ทางออก “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” ยืนยันหลักการเดิม ยึดกฎหมายและความปลอดภัยสูงสุด 

ความคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการอุดมศึกษาไทย ทางออกกรณีการย้ายพื้นที่ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เดินหน้าสู่ข้อยุติภายหลังการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย  โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ยืนยันหลักการเดิม “ความปลอดภัยในชีวิตของนักศึกษาและสังคม” เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบการเรียน การสนับสนุนภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนการเปิดพื้นที่ห้องปฏิบัติการรองรับ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหาทางออกและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่า กระทรวง อว. ยึดหลักการสำคัญในการดูแลนักศึกษา คือการยึดกฎหมาย รักษาความปลอดภัย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม

ภายหลังการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย แนวทางและมาตรการที่ชัดเจน ดังนี้

1. การย้ายพื้นที่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่กับการเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด

เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว และค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

2. การงดการเรียนการสอนในพื้นที่ หัวใจสำคัญคือ ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน

มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นเรื่องของความปลอดภัยในตัวนักศึกษาเอง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเมือง เราคำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องส่งลูกหลานมาเรียนตอนเช้า ความปลอดภัยของผู้คนที่สัญจรไปมาบนรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น เรื่องนี้เราจึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) ให้ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนมาเป็นอันดับแรก

เพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด ได้พูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา โดยในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จ ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นเราจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

เบื้องต้นเราประเมินว่าห้องแล็บที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ แต่ในกรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ เราสามารถมาพูดคุยในรายละเอียดภายหลังเพื่อพิจารณาเปิดให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้งานแล็บในพื้นที่เดิมได้ เฉพาะ Case-by-case แต่ทางคณะจะต้องทำแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจนมาก่อน และทางเราจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำส่งและดูแลความปลอดภัย เพื่อความอุ่นใจของตัวเด็กๆ เองและสังคมโดยรวม


3. รายละเอียดและมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมที่ได้ข้อสรุปแล้ว

3.1 การแบ่งเบาภาระจัดการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการ: ได้ประสานงานจัดการเรียนการสอนและการลงมือปฏิบัติงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคลในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล 

3.2 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของ มทร.ตะวันออก - ได้ประสานให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ลดค่าเทอมให้นักศึกษา 50% พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับคณาจารย์ ในกรณีที่ต้องเดินทางไปทำการเรียนการสอนในพื้นที่ใหม่

3.3 อนาคตของพื้นที่เดิม (อุเทนถวาย) - ทาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า พื้นที่เดิมจะไม่ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแน่นอน แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา Lifelong Learning และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ตรงนี้ จะมีการตั้งวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวง อว. และวิทยาเขตอุเทนถวาย

3.4 การยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน - สำหรับ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เราได้เดินหน้าความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม (Work-integrated Learning)

ซึ่งนอกจากจะช่วยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมแล้ว ยังเป็นการนำทักษะฝีมือของน้องๆ ไปสร้างประโยชน์ในสายการผลิตจริง สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ

ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียว เข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม

ตนและทุกคนที่ร่วมกันแก้ปัญหานี้ ขอให้ความมั่นใจว่าจะรับฟังทุกข้อกังวล และเข้าไปดูแลน้องๆ รวมถึงทุกท่านอย่างดีที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสร้างอนาคตทางการศึกษาที่มั่นคงให้กับน้องๆ ทุกคนอย่างแท้จริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง