รีเซต

3 กลุ่มหุ้น ฝ่าวิกฤต Stagflation รับอานิสงส์มาตรการรัฐ เกราะป้องกันวิกฤตพลังงาน

3 กลุ่มหุ้น ฝ่าวิกฤต Stagflation รับอานิสงส์มาตรการรัฐ เกราะป้องกันวิกฤตพลังงาน
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 13:13 )
11

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด (INVX) ระบุว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญความเสี่ยงจาก Stagflation กลยุทธ์ลงทุนจึงเลือกหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ควบคู่กับ การมีเกราะป้องกันจากวิกฤตพลังงาน 


แบ่งเป็น 1) หุ้น Short-term Policy ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้นเพื่อประคองกำลังซื้อ (อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส) และลดค่าครองชีพ โดยเน้นกลุ่มสินค้าบริการจำเป็นซึ่งบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPAXT BJC TNP ADVANC TRUE


 2) หุ้น High Dividend ที่ได้ประโยชน์จากแผนผลักดัน TISA  โดยเลือกที่ธุรกิจมีความเสถียรและฐานะการเงินแกร่ง, SET ESG Rating A-AAA, จ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี และให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ AP DIF KTB PTT TISCO 


และ 3) หุ้น New Normal ที่ได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการย้ายฐานผลิตเพื่อลดความเสี่ยงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

จากนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาและประชาชนในวันที่ 9-10 เม.ย. 69 INVX มองเป็นการมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจระยะยาว ควบคู่กับ การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อรับมือความผันผวนของโลก เริ่มต้นจากการประคองกำลังซื้อผ่านไทยช่วยไทยพลัส การสร้างงานและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ฐานรากและกลุ่มสูงวัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพาณิชย์และสินค้าอุปโภคบริโภค 


ขณะที่ตลาดทุนจะได้รับอานิสงส์จากบัญชีออม TISA ส่วนมาตรการแก้หนี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์ให้กลุ่มธนาคารและสินเชื่อ สำหรับภาคอุตสาหกรรมจะใช้ Thailand FastPass และนโยบาย Net Zero เพื่อดึงดูด FDI ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มนิคมและพลังงานสะอาด 


นอกจากนี้ยังมีการใช้กลยุทธ์การค้าต่างตอบแทนเพื่อช่วยกลุ่มโลจิสติกส์และผู้ส่งออกอาหารให้ทนทานต่อวิกฤตการค้าโลก ปิดท้ายด้วยการวางรากฐานดิจิทัลและไซเบอร์ซึ่งสร้างโอกาสเติบโตระยะยาวให้กับกลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยี


สำหรับมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" แม้ INVX มองจะมีข้อได้เปรียบในแง่ความเร็วในการดำเนินการ แต่ในเชิงเศรษฐกิจเป็นเพียงเครื่องมือประคองกำลังซื้อหรือลดแรงกระแทกจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากกว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนผลกระทบต่อ SET คาดจะเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นต่อกลุ่มพาณิชย์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพราะเป็นเป้าหมายหลักในการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการและร้านค้าคนละครึ่ง


แม้นโยบายของรัฐบาลจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทย แต่ส่วนใหญ่สอดคล้องกับนโยบายช่วงหาเสียงเลือกตั้งและอยู่ในประมาณการ Base Case ของ INVX แล้ว โดยคาดปี 2569 GDP ไทยจะเติบโต 1.4%YoY และเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ระดับ 1,500 จุด อิง PER 16 เท่า 


อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจไทยและเป้าหมาย SET มีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งหากยืดเยื้อเกิน 3 เดือน จนเกิดปัญหา Supply Shock และกดดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว คาดจะกดดันให้ GDP ไทยเติบโตเหลือ 1.0% และเป้าย SET อาจถูกปรับลง (Derate) สู่ 1,300+/- จุด อิง PER 14 เท่า

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง