Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI ลุยงานซับซ้อนและไซเบอร์

กูเกิล (Google) เปิดให้ใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ Gemini 4 Argon ทั่วโลกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 บริษัทระบุว่านี่คือโมเดลที่มีความสามารถสูงที่สุดของบริษัทในขณะนี้ โดยออกแบบมาให้ทำงานที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์การเงิน งานกฎหมาย และการป้องกันภัยไซเบอร์
ก่อนหน้านี้กูเกิลประกาศเปิดตัวโมเดลนี้ไปแล้ว แต่เปิดให้เฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในโครงการ Fairwind ได้ทดลองใช้ก่อนประมาณสองสัปดาห์
ใครใช้ได้บ้าง?
โดยนักพัฒนาและองค์กรสามารถเรียกใช้ Argon ผ่าน API ได้ทั้งใน Google AI Studio และแพลตฟอร์ม Gemini ส่วนลูกค้าองค์กรใช้ได้ผ่าน Gemini for business และ Google Cloud สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ต้องเป็นสมาชิกแบบเสียเงินระดับ Google AI Pro หรือ Ultra จึงจะใช้ Argon ได้ในแอป Gemini และในโหมด AI ของ Google Search ส่วนผู้ใช้ฟรียังใช้ไม่ได้
นอกจากนี้สมาชิกระดับ Ultra ยังใช้ Argon ใน Google Antigravity ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดของกูเกิลได้ด้วย
จุดเด่นด้านความสามารถ
กูเกิลระบุว่า Argon ทำคะแนนเป็นอันดับหนึ่งใน Vals Index ซึ่งเป็นการวัดผลว่า AI ทำงานจริงในสายงานการเงิน การเขียนโค้ด กฎหมาย และภาษีได้ดีเพียงใด Argon ยังทำคะแนนได้ 77.9% ในการทดสอบ DeepSWE ที่วัดการแก้ปัญหาซอฟต์แวร์จริงซึ่งใช้เวลานาน และได้ 87% ในการทดสอบความเข้าใจพื้นที่สามมิติ ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญหากต้องการนำ AI ไปควบคุมหุ่นยนต์ในอนาคต
อีกจุดเด่น คือ Argon รับและสร้างข้อมูลรวมกันได้ถึง 1 ล้านโทเคน หรือเทียบได้กับเอกสารหลายพันหน้าในงานเดียว ทำให้ทำงานใหญ่ได้จบโดยไม่ต้องแบ่งเป็นช่วง ๆ วิศวกรของกูเกิลเองก็ใช้โมเดลนี้ทำงานประจำวันอยู่แล้ว ตั้งแต่การหาข้อผิดพลาดในโปรแกรม ไปจนถึงการย้ายระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่
เน้นความปลอดภัยมากขึ้น
ด้านความปลอดภัย กูเกิลระบุว่า Argon ทนทานต่อการโจมตีที่เรียกว่า indirect prompt injection ได้ดีที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา การโจมตีแบบนี้คือการแอบซ่อนคำสั่งอันตรายไว้ในอีเมล เอกสาร หรือหน้าเว็บ เพื่อหลอกให้ AI ทำตาม
ในการทดสอบ Gray Swan มีการโจมตีสำเร็จเพียง 0.7% จากการลองโจมตี 15 รูปแบบ นอกจากนี้ Argon ยังถูกตั้งค่าให้ปฏิเสธงานเจาะระบบหรือโจมตีผู้อื่น แต่ยังช่วยฝ่ายป้องกันค้นหาและแก้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ได้
ราคาและข้อสังเกต
ช่วงโปรโมชันถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ค่าบริการอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ หรือราว 67 บาท ต่อข้อมูลขาเข้า 1 ล้านโทเคน และ 10 ดอลลาร์ หรือราว 336 บาท ต่อข้อมูลขาออก 1 ล้านโทเคน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมราคาจะขึ้นเป็น 4 ดอลลาร์ หรือราว 134 บาท และ 20 ดอลลาร์ หรือราว 672 บาท ตามลำดับ ซึ่งยังถูกกว่าคู่แข่งอย่าง GPT-6 Astra ของโอเพนเอไอ (OpenAI)
อย่างไรก็ตาม คะแนนทดสอบส่วนใหญ่มาจากกูเกิลเอง และเว็บไซต์ The Decoder รายงานว่าในการจัดอันดับภาพรวมโดยหน่วยงานภายนอก Argon ยังตามหลัง Claude Opus 5.5 ของแอนโทรปิก (Anthropic) และ Muse Wonder Full ของเมตา (Meta) ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้าเพียงหนึ่งวัน การทดสอบบางรายการ เช่น งานเขียนโค้ดผ่านหน้าจอคำสั่ง Argon ก็ยังทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าคู่แข่ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
