ส.ภัตตาคารไทย ชงรัฐเติมเงิน “คนละครึ่งพลัส”

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้รับผลจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ราคาวัตถุร้านอาหารสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อราคาอาหารที่ต้องปรับราคาขึ้น ดังนั้นเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนในช่วงสถาการณ์แบบนี้ อยากให้รัฐบาลพิจารณาวงเงินโครงการคนละครึ่งพลัส 3,000 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนพ.ค. – ก.ค. 2569 เพื่อพยุงธุรกิจร้านอาหารสามารถอยู่ต่อได้
สำหรับเงื่อนไขของโครงการฯ อยากให้รัฐบาลทำคล้ายเงื่อนไขเดิมที่เคยดำเนินการมา คือ แบ่งกลุ่มผู้ร่วมโครงการเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ที่อยู่นอกระบบภาษี ได้วงเงิน 3,000 บาทต่อคน และกลุ่มผู้ยื่นแบบภาษี ได้วงเงิน 3,600 บาทต่อคน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษี
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้กังวลหนี้ครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้น จากธุรกิจร้านอาหารที่ไม่สามารถประคองธุรกิจต่อไปได้ ต้องหันไปสินเชื่อนอกระบบเพื่อต่อทุน เพราะไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกคนที่จะเข้าถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่รัฐบาลประกาศออกมาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอี ดังนั้นอยากให้รัฐบาลมีมาตรการอื่นออกมาช่วยผู้ประกอบร้านอาหารที่นอกจากโครงการคนละครึ่งพลัส
ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารหลายรายต่างสะท้อนปัญหาเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้นแล้ว ยังโดนขึ้นค่าบริการระบบ (จีพี) จากฟู้ดเดลิเวอรี่ จาก 15-18% เป็น 30% โดยอ้างว่าราคาน้ำมันแพง หากไม่ขึ้นค่าจีพีจะไม่มีไรเดอร์วิ่งงาน
ทั้งนี้ คนละครึ่งพลัสเฟสแรกที่รัฐบาลอนุทิน 1 แจกเป็นระยะเวลา 2 เดือนเป็นมาตรการที่ดี เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ร้านอาหารหลายแห่งโดยเฉพาะร้านเล็กที่ใกล้ปิดตัวพอประคองต่อไปได้ ซึ่งน่าเสียดายถ้ารัฐบาลออกมาตรการยาวต่อเนื่อง 6 เดือนคาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถตั้งตัวได้ เพราะยอมรับว่าตอนนั้นมันแย่จริงๆ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
