รีเซต

กฎหมายป่าไม้ไทย เอาผิดได้แค่ไหน ปมถนนรุกป่าแม่ยวม

กฎหมายป่าไม้ไทย เอาผิดได้แค่ไหน ปมถนนรุกป่าแม่ยวม
TNN ช่อง16
18 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:44 )
14

กรณีการลักลอบตัดไม้และเปิดถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลายเป็นประเด็นร้อนด้านทรัพยากรธรรมชาติ หลังมีรายงานพบการใช้เครื่องจักรเข้าไปปรับพื้นที่ในเขตป่าอนุรักษ์

ภายหลัง สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดกรอบเวลา 3 วัน และประกาศชัด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ กฎหมายไทยมีเครื่องมือใดบ้างในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบการกระทำหรือการละเว้นที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่า

พื้นที่อนุรักษ์ ความผิดฐานบุกรุกป่าโทษหนัก

พื้นที่แม่ยวมอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย การก่อสร้างถนน ตัดไม้ หรือปรับสภาพพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตามกฎหมายป่าไม้และกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

หากมีการบุกรุกพื้นที่ป่า ทำให้ไม้หวงห้ามเสียหาย หรือมีความเสียหายเป็นวงกว้าง โทษอาจถึงจำคุกหลายปี และปรับหลักแสนถึงหลักล้านบาท ขึ้นกับขนาดพื้นที่และชนิดไม้

กรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีบทบาท ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ อนุมัติ อำนวยความสะดวก หรือร่วมดำเนินการ สามารถถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดได้เช่นเดียวกับเอกชน

มาตรา 157 เพิ่มน้ำหนักความผิดเจ้าหน้าที่

หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เช่น มีหน้าที่ป้องกันการบุกรุกป่าแต่ไม่ดำเนินการ ทั้งที่ทราบข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

มาตราดังกล่าวกำหนดโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ในทางคดี สามารถตั้งข้อหาควบคู่กันได้ ทั้งฐานบุกรุกป่า และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้โทษมีความรุนแรงมากขึ้น

โทษวินัย ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก

นอกจากคดีอาญา เจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกชี้ว่ามีพฤติการณ์ร้ายแรง อาจถูกสอบสวนทางวินัยตามกฎหมายข้าราชการ

หากพบการสมรู้ร่วมคิด เอื้อประโยชน์ หรือเพิกเฉยจนเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของรัฐ โทษสูงสุดคือไล่ออก หรือปลดออก พร้อมตัดสิทธิประโยชน์ในระบบราชการ

การสอบวินัยสามารถดำเนินควบคู่กับคดีอาญา และมีผลทางสถานะราชการได้โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด

ความรับผิดทางแพ่งและการไล่เบี้ย

หากการกระทำทำให้รัฐเสียหาย หน่วยงานต้นสังกัดอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

หลังจากนั้น หน่วยงานมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกคืนจากเจ้าหน้าที่ หากพิสูจน์ได้ว่ากระทำโดยทุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

เส้นตาย 3 วัน กับการบังคับใช้กฎหมาย

การกำหนดกรอบเวลา 3 วัน เป็นแรงกดดันเชิงนโยบายต่อกระบวนการตรวจสอบ ว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและชี้ชัดระดับความรับผิดได้เพียงใด

ในทางกฎหมาย ช่องทางดำเนินการมีครบ ทั้งกฎหมายป่าไม้ มาตรา 157 วินัยร้ายแรง และความรับผิดทางแพ่ง ผลสอบที่ออกมาจะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่า การคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์จะดำเนินไปอย่างเข้มข้นเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อมีข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง