น้ำลดภาระไม่จบ เร่งฟื้นฟูบ้าน-ธุรกิจ เปิดมาตรการ "พักหนี้" ช่วยผู้ประสบภัย

น้ำท่วมไม่ได้จบลงทันทีที่ระดับน้ำลด หลายครัวเรือนยังต้องรับภาระซ่อมแซมบ้าน รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่ร้านค้าและโรงงานต้องใช้เงินทุนเพื่อซ่อมเครื่องจักร เติมสต็อก และนำกิจการกลับมาเปิดอีกครั้ง
ช่วงหลังน้ำลดจึงเป็นอีกช่วงสำคัญของการฟื้นฟู ตั้งแต่ เก็บหลักฐานความเสียหาย ตรวจความปลอดภัย วางแผนค่าใช้จ่าย ไปจนถึงใช้มาตรการพักหนี้และสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อให้ครัวเรือนและธุรกิจกลับมาเดินต่อได้
น้ำลดอย่าเพิ่งรีบซ่อม เก็บหลักฐานความเสียหายก่อน
สิ่งแรกที่ผู้ประสบภัยควรทำก่อนเริ่มเก็บกวาดหรือซ่อมแซม คือบันทึกสภาพความเสียหายไว้ให้ครบถ้วน
ควรถ่ายภาพตัวบ้านและระดับน้ำให้เห็นชัด จากนั้นเก็บภาพ เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือประกอบอาชีพ และทรัพย์สินที่เสียหาย แยกเป็นรายการ พร้อมเก็บข้อมูลวัน เวลา และสถานที่ รวมถึงไฟล์ภาพต้นฉบับไว้
เหตุผลสำคัญคือ เมื่อเริ่มทำความสะอาด ย้ายทรัพย์สินหรือส่งรถและอุปกรณ์ไปซ่อม สภาพความเสียหายเดิมจะเปลี่ยนไป และอาจไม่สามารถย้อนกลับไปบันทึกหลักฐานได้อีก
สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบอาชีพที่บ้าน ควรเก็บหลักฐานเครื่องมือและอุปกรณ์ทำมาหากินด้วย เพราะต้นทุนจากน้ำท่วมไม่ได้มีเฉพาะค่าซ่อม แต่ยังรวมถึงรายได้ที่หายไปในช่วงที่ไม่สามารถเปิดร้านหรือทำงานได้
คนกรุงเทพฯ แจ้งความเสียหายที่สำนักงานเขต
ในพื้นที่กรุงเทพฯ ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหายกับสำนักงานเขตในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจและขอหนังสือรับรองผู้ประสบภัย โดยภาพถ่ายความเสียหายเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณา ส่วนเอกสารเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับประเภทความเสียหาย
การรวบรวมข้อมูลให้ครบยังช่วยให้ครัวเรือนประเมินค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นว่า อะไรต้องซ่อมทันที อะไรรอได้ มีประกันหรือความช่วยเหลือส่วนใดรองรับ และยังขาดเงินอีกเท่าไร
จากนั้นจึงพิจารณามาตรการช่วยเหลือทางการเงินให้เหมาะกับภาระของตัวเอง
ออมสินพักเงินต้น-ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือน
ธนาคารออมสินประกาศมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย โดยลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไขได้รับการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน
ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงพักหนี้ธนาคารยกให้ทั้งหมด ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา ก่อนกลับมาชำระตามเงื่อนไขเดิมเมื่อสิ้นสุดมาตรการ
สำหรับครัวเรือน นั่นหมายถึงเงินที่เดิมต้องใช้จ่ายค่างวดในช่วง 3 เดือน สามารถนำไปจัดการค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เช่น ซ่อมบ้าน ซื้ออุปกรณ์จำเป็น หรือฟื้นอาชีพก่อนได้
อย่างไรก็ตาม การพักหนี้เป็นการลดภาระชั่วคราว เมื่อครบกำหนดแล้วภาระผ่อนจะกลับมา จึงต้องวางแผนกระแสเงินสดสำหรับช่วงหลังมาตรการควบคู่กัน
ธอส. ผ่อน 0 บาท ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 เดือน
สำหรับลูกค้า ธอส. ที่หลักประกันได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สามารถเข้าโครงการช่วยเหลือโดย พักชำระหนี้ 3 เดือน ลดดอกเบี้ยเหลือ 0% และเงินงวด 0 บาท
หากที่อยู่อาศัยเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ระยะเวลาช่วยเหลือเพิ่มเป็น 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% และเงินงวด 0 บาท
ธอส. ยังมีสินเชื่อสำหรับซ่อมแซมบ้าน รวมถึงสินเชื่อสำหรับกู้เพิ่มหรือกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมหรือสร้างทดแทนหลังเดิมภายใต้เงื่อนไขพิเศษ
ธ.ก.ส. เติมเงินฉุกเฉิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือน
สำหรับเกษตรกรในเขตประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ธ.ก.ส. มี สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินสูงสุดรายละ 50,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นเร่งด่วน
จุดสำคัญคือ ไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก ก่อนคิดอัตราดอกเบี้ย MRR ตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
เงินก้อนนี้สามารถช่วยประคองครัวเรือนในช่วงที่รายได้ยังไม่กลับมา หรือใช้ซ่อมแซมและเตรียมความพร้อมเพื่อกลับเข้าสู่การผลิตอีกครั้ง
ร้านค้า-SME น้ำลดแล้ว แต่เงินหมุนเวียนยังเป็นโจทย์ใหญ่
สำหรับร้านค้าและโรงงานขนาดเล็ก น้ำลดไม่ได้หมายความว่าจะเปิดกิจการได้ทันที เพราะยังต้องล้างพื้นที่ ตรวจระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร แยกสินค้าที่เสียหาย ตรวจวัตถุดิบ และประเมินว่าสต็อกส่วนใดยังสามารถจำหน่ายได้
ในช่วงนี้รายจ่ายยังเดินต่อ แต่รายได้อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ทำให้ Working Capital หรือเงินทุนหมุนเวียน เป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุด
การพักหนี้สามารถช่วยซื้อเวลาให้กิจการ แต่เจ้าของธุรกิจยังต้องคำนวณว่า ต้องใช้เงินอีกเท่าไรเพื่อกลับมาเปิดร้าน ซ่อมเครื่องมือ เติมวัตถุดิบ และจ่ายค่าแรงระหว่างที่ยอดขายยังไม่ฟื้นเต็มที่
ก่อนเปิดกิจการ ตรวจไฟฟ้า-เครื่องจักร-สต็อกให้พร้อม
สิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำคือรีบกลับมาเปิดกิจการโดยยังไม่ได้ตรวจความปลอดภัย โดยเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งไม่ควรนำกลับมาใช้งานทันทีจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบจากผู้มีความรู้
จากนั้นควรแยกสินค้าที่เสียหายออกจากสินค้าที่จำหน่ายได้ ตรวจวัตถุดิบและเครื่องจักรที่จำเป็นต่อการเปิดงานก่อน และประสานคู่ค้าเรื่องกำหนดส่งสินค้าที่สามารถทำได้จริง
เพราะแม้ร้านไม่ถูกน้ำท่วม แต่หากรถส่งสินค้าเข้าไม่ถึงก็ไม่มีสินค้าให้ขาย ในทางกลับกัน หากร้านเปิดได้แต่ลูกค้าเดินทางไม่ได้ ยอดขายก็ยังไม่กลับมา
การฟื้นธุรกิจหลังน้ำท่วมจึงต้องดูพร้อมกันทั้ง สถานประกอบการ เงินทุน สต็อก Supply Chain และกำลังซื้อในพื้นที่
น้ำลดคือจุดเริ่มต้นของการฟื้น ไม่ใช่จุดจบของวิกฤต
มาตรการพักหนี้และสินเชื่อช่วยลดแรงกดดันทางการเงินในช่วงแรก แต่สิ่งที่จะทำให้ครัวเรือนและธุรกิจฟื้นตัวจริง คือการกลับมาสร้างรายได้ได้อีกครั้ง
สำหรับประชาชน จุดเริ่มต้นคือเก็บหลักฐาน ประเมินความเสียหาย จัดลำดับค่าใช้จ่าย และเลือกมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกับภาระของตัวเอง
ส่วนผู้ประกอบการต้องเร่งตรวจความปลอดภัย ซ่อมเครื่องมือ จัดการสต็อก ประสานคู่ค้า และวางแผนเงินหมุนเวียนให้เพียงพอจนกว่ายอดขายจะกลับมา
เพราะหลังน้ำลด ภาระไม่ได้หายไปพร้อมกับน้ำ และช่วงฟื้นฟูหลังจากนี้จะเป็นตัวชี้ว่า ครัวเรือนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจะสามารถกลับมายืนได้เร็วเพียงใด