น้ำท่วมกระทบ 59 จังหวัด กระทบสถานประกอบการ เสียหายกว่า 1.8 หมื่นล้าน

สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center: CMC) ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 4,635 ราย ใน 59 จังหวัด ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวม 18,205.63 ล้านบาท
แบ่งเป็นความเสียหายของสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 17,845.69 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรม 359.94 ล้านบาท โดยจังหวัดชลบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 17,896.67 ล้านบาท
น้ำท่วมกระทบ 59 จังหวัด ผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี และชลบุรี ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โรงงานอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูกระบวนการผลิตและสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ
ผลการประเมินความเร่งด่วนของ CMC พบว่า ผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยความต้องการอันดับแรกคือเงินทุนสำหรับฟื้นฟูกิจการ รองลงมาคือการแก้ไขความเสียหายโดยรวมของธุรกิจ และการซ่อมแซมเครื่องจักรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
เร่งมาตรการพักหนี้ - สินเชื่อฟื้นฟูกิจการ
ด้านมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน มีผู้เข้าร่วมแล้ว 539 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 1,807.32 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อ DIPROM Pay วงเงิน 50 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเป็นเวลา 3 เดือน ควบคู่กับการเร่งประสานความช่วยเหลือด้านการซ่อมแซมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และอาคารโรงงาน
กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของโรงงานหลังระดับน้ำลด โดยเฉพาะสถานประกอบการที่จัดเก็บหรือใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบต่อประชาชนกับสิ่งแวดล้อม
ส่งกากน้ำตาล 16,000 ลิตร ช่วยบำบัดน้ำเสียหลังน้ำท่วม
สำหรับพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวันจนเริ่มเกิดน้ำเน่าเสีย เช่น พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครนายก กระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งมอบกากน้ำตาล 16,000 ลิตร เพื่อนำไปผลิตน้ำหมักได้ 80,000 ลิตร สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้บำบัดน้ำเสีย
นอกจากนี้ ยังมอบถุงยังชีพกว่า 15,468 ถุง พร้อมเตรียมถุงยังชีพ ถุงบิ๊กแบ็ก กระสอบทราย และทราย เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมได้
สั่งปิดโรงงานมลพิษปราจีนบุรีแล้ว 3 แห่ง จ่อปิดเพิ่ม
นายวราวุธกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยสารเคมีรั่วไหลในจังหวัดปราจีนบุรีว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ใช้มาตรา 37 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน ดำเนินการสั่งปิดโรงงานไปแล้วประมาณ 3 แห่ง และเตรียมสั่งปิดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การใช้มาตรา 39 เพื่อสั่งปิดโรงงานทันทีอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยใช้มาตรา 37 สั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขก่อน หากไม่ปฏิบัติตามจึงใช้มาตรา 39 เพื่อสั่งปิดโรงงาน
กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานเจ้าหน้าที่ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่
เดินหน้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย เล็งเพิ่มโทษลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ก่อให้เกิดมลพิษ นายวราวุธระบุว่า จะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
พร้อมยอมรับว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีอายุมานานและบทลงโทษอาจยังไม่เข้มข้นเพียงพอ จึงมีแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอัตราค่าปรับ รวมถึงผลักดันให้คดีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเป็นคดีทางการเงิน เพื่อเปิดทางให้ดำเนินมาตรการยึดทรัพย์ผู้ประกอบการที่กระทำผิดได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
