รีเซต

กาตาร์เตือนส่งออกน้ำมันทั้งหมดในอ่าวอาหรับจะหยุด “ไม่กี่วันต่อจากนี้” จากสงครามในอิหร่าน

กาตาร์เตือนส่งออกน้ำมันทั้งหมดในอ่าวอาหรับจะหยุด “ไม่กี่วันต่อจากนี้” จากสงครามในอิหร่าน
TNN ช่อง16
7 มีนาคม 2569 ( 17:18 )
9

ซาอัด อัล-กาบี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคสำคัญต่อการจัดหาพลังงานและเส้นทางขนส่งของโลก อาจ “ทำให้เศรษฐกิจโลกพังทลายได้” พร้อมทั้งเตือนว่า ผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซทั้งหมดในภูมิภาคอ่าวอาหรับอาจต้องหยุดการผลิต “ภายในไม่กี่วัน”

ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี หลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดการโจมตีต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบ Brent crude พุ่งขึ้นมากกว่า 9% เมื่อวานนี้ (6 มีนาคม) แตะที่ระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2023 ซึ่งราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ทำให้ค่าการเติมน้ำมันรถของประชาชนแพงขึ้น แต่ยังทำให้ต้นทุนด้านพลังงาน ความร้อน อาหาร และสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นด้วย

BBC รายงานเกี่ยวกับคำเตือนว่าหากราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงในสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจกระตุ้นเงินเฟ้อในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก อาทิ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐฯ ที่ก่อนหน้านี้อัตราเงินเฟ้อกำลังมีแนวโน้มลดลง

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เขากล่าวว่าหากสงครามนี้ดำเนินต่อไปอีกไม่กี่สัปดาห์ การเติบโตของ GDP เฉลี่ยทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาพลังงานของทุกประเทศจะสูงขึ้น รวมถึงอาจเกิดการขาดแคลนสินค้าบางประเภทที่จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าต่อได้

อย่างไรก็ตาม นอกจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว “ค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานในครัวเรือน” อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ผลกระทบอาจยังไม่ปรากฏจนถึงเดือนกรกฎาคม ตามการประเมินของ Ofgem (Office of Gas and Electricity Markets) ซึ่งเป็นสำนักงานกำกับดูแลตลาดก๊าซและไฟฟ้าของสหราชอาณาจักร แต่ขณะเดียวกันก็มีความกังงลว่าวิกฤตครั้งนี้ในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบคล้ายกับช่วงที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนในปี 2022 แต่จนถึงขณะนี้ราคาน้ำมันและก๊าซยังไม่พุ่งสูงเท่ากับระดับสูงสุดในช่วงเวลานั้น

ด้าน ฮอร์เก เลออน นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานอิสระชั้นนำระดับโลก ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงจริงต่อเศรษฐกิจโลก เขากล่าวว่าตอนนี้ถือว่าอยู่ในจุดที่ต้องพิจารณาต่อว่าเป็นเพียงวิกฤตพลังงานระยะสั้นที่มีผลกระทบจำกัด หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินสองสัปดาห์ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบใหญ่ต่อระบบพลังงานและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะสูงขึ้นมาก

โดยในสัปดาห์นี้หลังจากบริษัท QatarEnergy ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG รายสำคัญของโลกประกาศยุติการผลิตเนื่องจากสถานการณ์สู้รบ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์เชื่อว่าหากสงครามยังดำเนินต่อไป ผู้ส่งออกพลังงานรายอื่น ๆ ในภูมิภาคอาจต้องทำแบบเดียวกันภายในไม่กี่วันต่อจากนี้ หรือแม้สงครามจะหยุดลงทันทีก็อาจต้องใช้เวลา “หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน” กว่าการผลิตพลังงานจะกลับสู่ระดับปกติ

ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว น้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้งานทั่วโลกจะถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในแต่ละวัน แต่การเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้แทบหยุดชะงักตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นต่อไป อาจทำให้ราคาสินค้าและบริการทั่วโลกสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในหลายทวีปทั้ง จีน, อินเดีย และ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ผ่านเส้นทางนี้

แม้ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ซาอุดีอาระเบีย จะมีท่อส่งน้ำมันที่ช่วยขนส่งน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า ยิ่งมีภัยคุกคามต่อเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบนานเท่าไร ราคาน้ำมันและค่าขนส่งก็จะยิ่งสูงขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง