รีเซต

เด็กอ้วนพุ่ง 41 ล้านคน! อินเดียคุมเข้ม ปฏิวัติอาหารเพื่ออนาคต

เด็กอ้วนพุ่ง 41 ล้านคน! อินเดียคุมเข้ม ปฏิวัติอาหารเพื่ออนาคต
TNN ช่อง16
14 ตุลาคม 2569 ( 12:00 )
8

“อินเดีย” กำลังเดินหน้าผลักดันมาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ในรัศมี 50 เมตรรอบโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อรับมือกับปัญหาโรคอ้วนในเด็กที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่วัยเรียน นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบของภาคธุรกิจอาหาร

 

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อร้านค้าครอบครัว ร้านอาหาร และแผงขายอาหารบริเวณใกล้โรงเรียนประมาณ 1.47 ล้านแห่งทั่วอินเดีย โดยครอบคลุมอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาลสูง หรือ HFSS เช่น น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด ซาโมซาทอด พิซซ่า และแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

ขณะเดียวกัน บริษัทอาหารข้ามชาติรายใหญ่อย่าง Coca-Cola, Mondelez และ Nestlé อาจต้องเผชิญข้อจำกัดเพิ่มเติม หลังจากมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดฉลากคำเตือนสีแดงบนผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาลสูง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น

 

สำนักงานมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารแห่งอินเดีย หรือ FSSAI ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้คือการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ปลอดภัยในโรงเรียน และลดโอกาสที่เด็กจะพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย

แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ยังไม่มีการกำหนดวันบังคับใช้อย่างชัดเจน โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หน่วยงานได้เผยแพร่เกณฑ์ปริมาณไขมัน เกลือ และน้ำตาลที่จะใช้พิจารณาจำกัดการจำหน่ายอาหารภายในและบริเวณใกล้โรงเรียน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโรคอ้วนในเด็กอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากสหพันธ์โรคอ้วนโลก หรือ World Obesity Federation ระบุว่า จำนวนเด็กและเยาวชนอินเดียอายุ 5–19 ปี ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน เพิ่มจาก 28 ล้านคนในปี 2557 เป็น 41 ล้านคนในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 56 ล้านคนภายในปี 2583 หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายด้านสาธารณสุขของอินเดีย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคที่หันมานิยมอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างประเทศ เช่น Lay's, Cadbury และ Maggi ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและภาพลักษณ์ของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้กำลังสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยร้านค้าหลายแห่งในเมืองภูพเนศวร ทางตะวันออกของอินเดีย ประเมินว่ายอดขายอาจลดลงถึงหนึ่งในสามหรือมากกว่านั้น หากข้อจำกัดมีผลบังคับใช้

 

สมาพันธ์การค้าและอุตสาหกรรมอาหารแห่งอินเดียยังแสดงความกังวลว่า การบังคับใช้กฎหมายอาจทำได้ยาก เนื่องจากโรงเรียนจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้ตลาดและย่านการค้าที่ให้บริการประชาชนทั่วไป โดยมองว่าข้อจำกัดควรใช้เฉพาะภายในโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อรายได้และการดำรงชีพของผู้ค้ารายย่อย

ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งสนับสนุนมาตรการดังกล่าว เพราะเห็นว่าอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูงอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว และการลดการเข้าถึงอาหารเหล่านี้บริเวณโรงเรียนจะช่วยสร้างพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมมากขึ้น

 

ด้านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอาหารประเมินว่า หากมาตรการมีผลบังคับใช้ ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงร้านค้ารายย่อย แต่จะขยายไปถึงห่วงโซ่อุปทานของบริษัทอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่าง McDonald's, Burger King, Domino's และ Pizza Hut ซึ่งอาจต้องปรับสูตรผลิตภัณฑ์หรือแนวทางจำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่

 

ในมิติของความยั่งยืน มาตรการนี้สะท้อนแนวคิดการสร้างระบบอาหารที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ


อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถปรับตัว รวมถึงการส่งเสริมอาหารทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการและราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้


การผลักดันกฎหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจำกัดการขายอาหารขยะใกล้โรงเรียน แต่ยังเป็นความพยายามปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้านอาหารของอินเดีย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ความรับผิดชอบของธุรกิจ และการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง