รีเซต

ชาวอเมริกันเมินโควิด ประท้วงมาตรการล็อคดาวน์ในหลายรัฐ

ชาวอเมริกันเมินโควิด ประท้วงมาตรการล็อคดาวน์ในหลายรัฐ
TNN ช่อง16
19 เมษายน 2563 ( 09:41 )
183
ชาวอเมริกันเมินโควิด ประท้วงมาตรการล็อคดาวน์ในหลายรัฐ

วันนี้ ( 19 เม.. 63 )การประท้วงเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการ “stay-at-home” หรือพักอยู่ที่บ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำ ลุกลามเข้าสู่รัฐเทกซัสแล้วเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ แถลงว่า ในที่สุดแล้ว นิวยอร์กอาจผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดแล้ว

 

นิวยอร์ก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะเกือบครึ่งหนึ่งของทั่วประแทศ รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 540 คน ในวันศุกร์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ลดลงจาก 630 คน จากเมื่อวันก่อน และเป็นสถิติรายวันที่ต่ำที่สุดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน

 


 

จำนวนผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน หรือห้องไอซียู และการใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยผู้ป่วยนั้น ก็ลดลงด้วย โดยนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แถลงข่าวประจำวันว่า หากพิจารณาจากช่วง 3 วันที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่า รัฐนิวยอร์กผ่านระยะการระบาดในระดับสูงสุดมาแล้ว และตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเริ่มลดลง ซึ่งถือเป็นข่าวดีมาก แต่ขณะนี้ ในแต่ละวัน ยังมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2,000 คน ถูกนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล และเขายังบอกด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตล่าสุด 36 คน ในบ้านพักคนชรา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสทั่วประเทศ

 


จนถึงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐนิวยอร์กสั่งให้ประชาชนทั่วทั้งรัฐ ที่ต้องออกนอกบ้านไปตามสถานที่สาธารณะ ต้องสวมหน้ากากอนามัย และต้องสวมหากไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้  

    

ส่วนนายฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซี ที่อยู่ใกล้กับนิวยอร์ก กล่าวว่า ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และผู้ติดเชื้อรายใหม่ในนิวเจอร์ซี ก็ลดลงเล็กน้อยด้วยจากเมื่อวันก่อน แต่เขาก็กล่าวเพิ่มเติมว่า นิวเจอร์ซียังไม่หลุดพ้นจากวิกฤต ตัวเลขยังสูงอยู่ 

 


 

เมอร์ฟี กล่าวว่า เขาได้พูดคุยเกี่ยวกับความวิตกกังวลกับผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และชัค ชูเมอร์ เพื่อนร่วมพรรคเดโมแครต ซึ่งบอกเขาว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในรัฐสภาสหรัฐเพื่อช่วยเหลือโดยตรงต่อรัฐต่าง ที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคำสั่ง stay-at-home ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส โดยเขาบอกว่า หากไม่มีความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางแล้ว จะเห็นรัฐนิวเจอร์ซี เลย์ออฟ หรือปลดคนงานครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่ ขณะนี้ มีชาวอเมริกันมากกว่า 22 ล้านคน ไปแจ้งขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานเมื่อเดือนที่แล้ว เพราะการปิดห้างร้านธุรกิจและโรงเรียน และการจำกัดการเดินทางที่เข้มข้น ทำลายเศรษฐกิจในแต่ละรัฐ

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงหลายสิบคนมารวมตัวกันในเมืองออสติน เมืองเอกของรัฐเทกซัส ตะโกนคำว่า “USA! USA!” และคำกว่า “Let us work” หรืออนุญาตให้พวกเราไปทำงานส่วนในเมืองบรูคฟิลด์ รัฐวิสคอนซิน มีผู้ประท้วงหลายร้อยคน ส่งเสียงเชียร์ ขณะที่พวกเขาเข้าแถวอยู่บนถนนสายหลัก และโบกธงชาติสหรัฐ เพื่อประท้วงการขยายคำสั่ง “safer at home” หรืออยู่ที่บ้านปลอดภัยกว่า

 

ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ มีการประท้วงเกิดขึ้นกระจายอยู่ในหลายรัฐทั้งโอไฮโอ, มินนิโซตา, มิชิแกน และเวอร์จิเนีย โดยการประท้วงส่วนใหญ่ก็แสดงพลังต่อต้านมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing และไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าสาธารณสุข ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ดูเหมือนจะเห็นด้วยและสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วง จากการทวิตข้อความติด กันหลายครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า ประชาชนในรัฐมิชิแกน, มินนิโซตาและเวอร์จิเนียมีสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นที่สังเกตว่า รัฐเหล่านี้มีผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต

 

สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ การชุบชีวิตให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้โดยเร็ว ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ของเขาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

หลายรัฐ ซึ่งรวมทั้งโอไฮโอ, มิชิแกน, เทกซัสและฟลอริดา แถลงว่า พวกเขาเตรียมเปิดเศรษฐกิจเป็นบางส่วนอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ หรืออาจเร็วกว่านี้ก็ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังคงใช้มาตรการระมัดระวังเหมือนเดิม โดยรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาจากพรรครีพับลิกัน กลับมากเปิดชายหาดในขอบเขตที่จำกัดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งแล้วตั้งแต่เย็นวันศุกร์ แต่ก็บอกด้วยว่า ในวันเสาร์ที่ 18 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น ก็จะอนุญาตให้เปิดโรงเรียน และยังคงให้จัดการเรียนการสอนในห้องแบบเว้นระยะห่างในช่วงที่เหลือของปีการศึกษานี้

 

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของไวรัสรอบ 2 ขณะที่ประชาชนเดินทางกลับไปทำงาน ควรจะมีการตรวจหาเชื้อไวรัสอย่างครอบคลุม เพื่อติดตามเชื้อ และเส้นทางการระบาด รวมทั้งต้องมีการทดลองยาปฏิชีวนะ เพื่อจะได้ทราบว่าใครได้รับเชื้อมาก่อนแล้ว และอาจมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้ว

 

จนถึงขณะนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 มากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 734,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 38,000 คน 

 

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  

facebook : TNNThailand 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNThailand 

Youtube Official : TNNThailand

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง