“ดร.ชวลิต” วิเคราะห์โซเดล ฝนสะสมถึง 31 ส.ค. จับตาแม่สาย

แม้ “พายุโซเดล” จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ยังต้องติดตามอิทธิพลทางอ้อมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ขณะที่ฝนสะสมต่อเนื่องหลายวันทำให้พื้นที่เชิงเขาต้องเพิ่มการเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม
ดร.ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEAM GROUP และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Focus ทาง TNN ถึงสถานการณ์พายุและแนวโน้มฝนในประเทศไทย โดยประเมินทั้งอิทธิพลของพายุโซเดล รวมถึงจำนวนพายุที่อาจเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม
สิงหาคมยังไม่มีพายุเข้าไทยโดยตรง
ดร.ชวลิต ระบุว่า หากพิจารณาพายุที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ในช่วงที่ผ่านมาไทยยังไม่มีพายุเข้าถึงพื้นที่โดยตรง ส่วนใหญ่เป็นพายุที่เคลื่อนผ่านบริเวณใกล้เคียงและส่งอิทธิพลทางอ้อม ทำให้ปริมาณฝนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
สำหรับช่วงที่เหลือของเดือนสิงหาคม ประเมินว่าไม่น่าจะมีพายุเคลื่อนเข้าไทยโดยตรงแล้ว แต่อิทธิพลทางอ้อมของพายุยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะฝนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ตอนบนของประเทศ
ส่วนเดือนกันยายนและตุลาคม จากทิศทางในขณะนี้ ดร.ชวลิตประเมินว่าอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 2 ลูก โดยอาจแบ่งเป็นเดือนกันยายน 1 ลูก และเดือนตุลาคมอีก 1 ลูก
อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงของพายุที่อาจเคลื่อนเข้ามายังต้องติดตามสถานการณ์เป็นระยะ โดย ดร.ชวลิต อธิบายว่า ปัจจัยด้านสภาพลมมีผลต่อการเพิ่มกำลังของพายุ และควรจับตาพายุที่เคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์ก่อนเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งแม้สามารถเพิ่มกำลังขึ้นได้ แต่จากลักษณะของพายุที่ผ่านมา เมื่อเคลื่อนเข้าใกล้ฝั่งมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง
“โซเดล” ไม่เข้าไทย แต่อิทธิพลเพิ่มฝน
สำหรับพายุโซเดล ดร.ชวลิต ระบุว่า ผลต่อประเทศไทยจะมาในลักษณะอิทธิพลทางอ้อม โดยระบบของพายุมีแนวโน้มเคลื่อนไปทางตอนบน ก่อนที่ส่วนของระบบอากาศจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่ลาวตอนบนและเมียนมา
ตามข้อมูลที่ ดร.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ พายุโซเดลขึ้นฝั่งบริเวณฝูเจี้ยนในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากนั้นเคลื่อนผ่านพื้นที่ของจีน และอ่อนกำลังลงตามลำดับ
ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมเป็นต้นไป อิทธิพลของระบบพายุจะมีส่วนเพิ่มปริมาณฝนในประเทศไทย โดยฝนจะกระจายบริเวณ ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และพื้นที่ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือบริเวณติดกับเมียนมา
ดร.ชวลิตประเมินว่า อิทธิพลของโซเดลอาจทำให้บางพื้นที่มีฝนมากกว่าช่วงอิทธิพลของพายุนาร์รา เนื่องจากระบบของโซเดลมีขนาดใหญ่กว่า และยังคงมีกำลังขณะเคลื่อนผ่านพื้นที่บางส่วนของจีน ก่อนจะค่อย ๆ อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน
ระบบพายุอ่อนกำลัง แต่ความชื้นยังมีผลต่อไทย
เมื่อพายุอ่อนกำลังและสลายตัว ระบบอากาศที่เหลืออยู่ยังมีแนวโน้มกระจายตัวบริเวณลาวตอนบนและเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำทางภาคเหนือของประเทศไทย
อีกปัจจัยหนึ่งคือระบบดังกล่าวสามารถมีส่วนดึงความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามา ทำให้เกิดฝนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาต่อเนื่อง โดยช่วงที่ต้องติดตามคือ 27-31 สิงหาคม 2569
ดร.ชวลิต ระบุว่า พื้นที่ติดเมียนมามีแนวโน้มได้รับฝนเพิ่มขึ้น และบางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนในระดับประมาณ 100 มิลลิเมตร
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เฉพาะฝนที่ตกลงมาภายในวันเดียว แต่ต้องพิจารณาปริมาณน้ำที่สะสมต่อเนื่อง เพราะหลายพื้นที่เริ่มมีฝนมาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม และอาจต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30-31 สิงหาคม ทำให้ระยะเวลาของฝนสะสมยาวเกือบหนึ่งสัปดาห์
จับตา “แม่สาย” ช่วง 30-31 ส.ค. ต่อเนื่อง 1 ก.ย.
พื้นที่ที่ ดร.ชวลิต ระบุให้เพิ่มการเฝ้าระวังคือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะช่วงวันที่ 30-31 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 กันยายน 2569
เนื่องจากลุ่มน้ำแม่สายมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ฝั่งเมียนมา หากเกิดฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำในเมียนมา ปริมาณน้ำสามารถไหลลงมาตามลำน้ำเข้าสู่พื้นที่ฝั่งไทยได้ จึงต้องติดตามทั้งปริมาณฝนในประเทศไทยและสถานการณ์ฝนบริเวณต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้านควบคู่กัน
ช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นจังหวะที่อิทธิพลของระบบพายุและความชื้นจากทะเลอันดามันอาจทำให้ฝนตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่สายอย่างใกล้ชิด
ฝน 100 มม.หลายวัน ต้องระวังดินอุ้มน้ำ
ดร.ชวลิต อธิบายว่า แม้ปริมาณฝนในแต่ละช่วงอาจไม่อยู่ในระดับ 300-400 มิลลิเมตร ภายในครั้งเดียวเหมือนสถานการณ์ฝนหนักบางพื้นที่ก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการมีฝนประมาณ 100 มิลลิเมตรสะสมต่อเนื่องหลายวัน
เมื่อดินรับน้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน ความสามารถในการอุ้มน้ำจะลดลง และเมื่อถึงจุดหนึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเคลื่อนตัวของมวลดิน
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีป่าน้อย หากมีฝนประมาณ 100 มิลลิเมตรต่อเนื่อง 2-3 วัน ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะดินและโคลนอาจเริ่มเคลื่อนตัว และสามารถกระทบพื้นที่ลาดชันบริเวณใกล้เคียงได้
ดร.ชวลิต จึงเน้นย้ำให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณ เชิงเขา พื้นที่ลาดชัน และพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำสะสมอยู่แล้ว
ไทม์ไลน์จับตาฝนจากอิทธิพลโซเดล
24 สิงหาคม 2569
หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง
27 สิงหาคม 2569
พายุโซเดลขึ้นฝั่งบริเวณฝูเจี้ยน ขณะที่อิทธิพลทางอ้อมเริ่มมีส่วนเพิ่มปริมาณฝนในประเทศไทย
27-31 สิงหาคม 2569
จับตาฝนเพิ่มในภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และพื้นที่ตามแนวชายแดนเมียนมา
30-31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569
ลุ่มน้ำแม่สายต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกรณีมีฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำในฝั่งเมียนมา
กันยายน-ตุลาคม 2569
ดร.ชวลิตประเมินว่าอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 2 ลูก โดยยังต้องติดตามเส้นทางและกำลังของพายุแต่ละลูกอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมจึงมีจุดที่ต้องติดตามทั้งเส้นทางพายุ ปริมาณฝนรายวัน และฝนสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ลุ่มน้ำแม่สาย และพื้นที่เชิงเขา ซึ่งการติดตามข้อมูลสภาพอากาศและประกาศเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนเตรียมรับมือได้เหมาะสมกับสถานการณ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
