“สุพัฒนพงษ์” โชว์เครือปตท.-กฟผ.ลงทุนครึ่งปีกว่า 1 แสนล้าน จ้างงาน 3.6 หมื่นตำแหน่ง

“สุพัฒนพงษ์” โชว์เครือปตท.-กฟผ.ลงทุนครึ่งปีกว่า 1 แสนล้าน จ้างงาน 3.6 หมื่นตำแหน่ง
มติชน
10 สิงหาคม 2564 ( 14:30 )
15
“สุพัฒนพงษ์” โชว์เครือปตท.-กฟผ.ลงทุนครึ่งปีกว่า 1 แสนล้าน จ้างงาน 3.6 หมื่นตำแหน่ง

 

 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “พลังงาน พลังใจ ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดและรัฐวิสาหกิจกระทรวงพลังงาน ให้เกิดการลงทุนตามแผนการลงทุนปี 2564 กว่า 200,000 ล้านบาท ว่า ครึ่งปีแรกของปี 2564 (เดือนมกราคม-มิถุนายน) มีเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ผ่านโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของ กระทรวงพลังงาน คือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ โครงการลงทุนที่สำคัญ อาทิ โครงการสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งใหม่ จังหวัดระยอง โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 5 การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัทในเครือ โครงการสำคัญ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทนเครื่อง1-2) โครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 นอกจากนี้ ช่วงครึ่งปีแรก กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยังจัดเก็บรายได้จากกิจการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กว่า 25,000 ล้านบาท นำส่งรัฐ

 

 

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ขณะที่มาตรการด้านการจ้างงานสร้างอาชีพ ได้ผลักดันกว่า 36,000 ตำแหน่ง และจะจ้างเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง อีก 2,300 ตำแหน่ง นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ยังได้เดินหน้านโยบายพลังงานที่มุ่งเน้นเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศใน 4 แผนด้านพลังงานหลักๆ ที่สำคัญ ได้แก่
(1) แผนพลังงานชาติ ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานสีเขียวรองรับแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี
(2) แผนการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของโลก
(3) แผนการพัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ 4 ซึ่งจะมุ่งสนับสนุนให้มีการขยายเพิ่มเติมจากโครงการเดิมในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างฐานทางเศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) และ(4) แผนการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก นำร่องจำนวน 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจกระจายลงสู่ในระดับรากหญ้าให้มากยิ่งขึ้น

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง