รีเซต

กางแผนลดค่าเดินทางคนกรุง มกรา 70 คิกออฟรถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท

กางแผนลดค่าเดินทางคนกรุง มกรา 70 คิกออฟรถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท
TNN ช่อง16
10 ตุลาคม 2569 ( 12:49 )
13

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ดีเดย์ 1 ม.ค. 2570 ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า แรกรอบ 17 บาท สูงสุด 45 บาท

นายพิพัฒน์ ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าเปิดใช้งานระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้บริการ:

  • ค่าแรกเข้า: 17 บาท
  • ค่าโดยสารสูงสุด: ไม่เกิน 45 บาทต่อ 1 ขาการเดินทาง
  • ยกเว้นค่าแรกเข้าซ้ำ: เมื่อเปลี่ยนถ่ายระหว่างสายรถไฟฟ้า
  • หน่วยงานบริหาร: ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ดูแลระบบส่วนกลาง

นอกจากนี้ ระบบตั๋วร่วมจะรองรับการจ่ายเงินผ่านระบบ EMV (Europay, Mastercard, and Visa) ซึ่งรองรับบัตรชำระเงินสากล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแตะเข้าใช้บริการได้ทันที โดยมีธนาคารกรุงไทยเข้ามาดูแลระบบหลังบ้านและการคำนวณค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการ

สำหรับความท้าทายสำคัญคือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งปัจจุบันใช้ระบบบัตร Rabbit โดยกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งหารือเพื่อปรับเปลี่ยนและเชื่อมต่อเข้ากับระบบ EMV ให้ทันกำหนด 1 ม.ค. 2570 เนื่องจากสายสีเขียวเป็นแกนหลักที่เชื่อมต่อกับสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และเส้นทางอื่นๆ ในอนาคต

ยกระดับ ขสมก. ดันรถเมล์ EV 2,320 คัน ปรับเส้นทางเป็น Feeder

เพื่อเติมเต็มการเดินทางในระบบ "ล้อ" กระทรวงคมนาคมเตรียมเปลี่ยนผ่านรถเมล์ ขสมก. ให้เป็น รถเมล์ไฟฟ้า (EV) ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2570 โดยมีแผนรับมอบดังนี้:

  • มี.ค. – พ.ค. 2570: รับมอบรถเมล์ EV ล็อตแรก 1,520 คัน
  • ปลายเดือน ธ.ค. 2570: รับมอบเพิ่มอีก 800 คัน (รวมทั้งสิ้น 2,320 คัน)

คุณสมบัติและสิทธิประโยชน์บนรถเมล์ EV ใหม่

  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศทุกคัน
  • รองรับผู้ใช้วีลแชร์พร้อมทางลาดขึ้น-ลง
  • ส่วนลดค่าโดยสาร: ผู้สูงอายุ นักเรียน และนักศึกษา ได้รับส่วนลด 50%
  • เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี: เข้าใช้บริการฟรี

พร้อมกันนี้ จะมีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถใหม่ทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนบทบาทของรถเมล์ให้ทำหน้าที่เป็น Feeder คอยป้อนผู้โดยสารจากชุมชนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า พร้อมกำหนดความถี่ของรถในแต่ละเส้นทางอย่างชัดเจน

เชื่อมโยงไร้รอยต่อ “น้ำ - ล้อ - ราง” และยกระดับความปลอดภัย

แผนการพัฒนาระบบคมนาคมยังครอบคลุมไปถึงการเดินทางทางน้ำและการขนส่งสินค้า:

  • Smart Pier & เรือคลองแสนแสบ: ตั้งเป้าพัฒนา Smart Pier ให้แล้วเสร็จ 16 แห่ง จากทั้งหมด 29 แห่ง ภายในไตรมาส 4 ปี 2570 พร้อมนำเรือคลองแสนแสบเข้าร่วมระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางต่อรถ-เรือ-ราง ได้ด้วยบัตรใบเดียว
  • แก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีแผนยกระดับทางรถไฟในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และเปิดช่องให้รถยนต์วิ่งลอดด้านล่าง ตั้งเป้าดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 6–10 ปี
  • ขนส่งสินค้าด้วยระบบราง: วางระบบรางเป็นแกนหลักในการขนส่งสินค้าระยะไกล โดยใช้รถบรรทุกเป็น Feeder ระยะไม่เกิน 150 กม. เพื่อเชื่อมโยงภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และลดความแออัดบนถนนสายหลัก

"ภาพใหญ่ของการพัฒนาระบบคมนาคม ไม่ได้มองเฉพาะการสร้างรถไฟฟ้าหรือซื้อรถใหม่ แต่ต้องทำให้ประชาชนเดินทางจากบ้าน เข้ารถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า หรือเรือได้สะดวกในระบบเดียวกัน พร้อมลดทั้งค่าใช้จ่าย เวลาเดินทาง และมลพิษจากภาคขนส่งในระยะยาว" นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง