ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี ไทยโดนด้วย 36% รัฐบาลจะรับมืออย่างไร ?

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า การประกาศขึ้นภาษีของรัฐบาลทรัมป์นั้น ไทยเองก็หนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบนี้ โดยถูกเก็บภาษีสินค้านำเข้าสูงถึง 36% ซึ่งจะมีผลในวันที่ 9 เมษายนนี้
แล้วการประกาศขึ้นภาษี เมื่อค่ำวันที่ 2 เมษายน ที่ทรัมป์เปรียบเปรยว่า เป็นดั่งวัน “ปลดปล่อยอเมริกา” นั้น มีรายละเอียดอะไรบ้าง
ทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก ไทยโดนด้วย
แผนการเก็บภาษีนำเข้าครั้งนี้ของสหรัฐฯ กระทบเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ โดยจะมีการขึ้นภาษีสำหรับสินค้าทุกประเภทอย่างน้อย 10% เริ่มบังคับใช้วันที่ 5 เมษายนนี้
ในจำนวนนี้ประมาณ 60 ประเทศ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ผู้กระทำผิดร้ายแรงมากที่สุด” ซึ่งจะถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ ที่อัตราสูงมากกว่า 10%
ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่า ไทยเสี่ยงจะโดนด้วย เพราะเป็น 1 ใน 15 Dirty หรือเป็นกลุ่มประเทศ 15% ที่มีสัดส่วนการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 12 อยู่ที่ 40,720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ จีนคู่แข่งคนสำคัญของสหรัฐฯ ก็โดนเพิ่มอีก 34% เท่ากับว่า ตอนนี้ จีนถูกเก็บภาษีรวมสูงถึง 54% ส่วนประเทศเอเชียอื่น ๆ ก็โดนด้วยเช่นกัน เช่น กัมพูชา 49%, เวียดนาม 46%, ไต้หวัน 32%, อินเดีย 26% และญี่ปุ่น 24% เป็นต้น
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยืนยันการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศ 25% และมีผลบังคับใช้ทันทีในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น
ไทยกระทบอะไรบ้าง
ก่อนการประกาศนโยบายของทรัมป์ พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ GDP ในปี 2568 ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เดิมตั้งอยู่ที่ 2.4-2.9% ซึ่งแม้ในกรอบการขยายตัวดังกล่าว จะได้รวมผลกระทบบางส่วนจากมาตรการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ไว้แล้ว
ขณะที่ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและไทย เนื่องจากมีสัดส่วนการค้าการโลก 20 % และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย แต่เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการขึ้นภาษีของทรัมป์
นอกจากนี้ การขึ้นภาษีของทรัมป์ ย่อมกระทบกับผู้บริโภคทั่วโลกโดยตรงด้วยเช่นกัน เพราะเราต้องซื้อสินค้าจากอเมริกาที่มีราคาแพงมากขึ้น และมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยที่ส่งไปยังสหรัฐฯ อาจหายไปถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไม่ใช่ครั้งแรกที่กระทบไทย รัฐบาลจะรับมืออย่างไร
การประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ส่งผลกระทบต่อไทย แต่ในสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก สงครามการค้าที่ดุเดือดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างมาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยรายงานนโยบายการเงินเมื่อปี 2562 ว่า แม้ครั้งนั้น สหรัฐฯ ไม่ได้ปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าไทยโดยตรง แต่การส่งออกสินค้าไทยก็ได้รับผลกระทบ จากมาตรการกีดกันทางการค้า มูลค่าการส่งออกไทยในตอนนั้นเติบโตช้าลง กระทบห่วงโซ่การผลิต การจ้างงาน รวมถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน
และก่อนหน้าที่จะประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ได้แถลงแผนรับมือการขึ้นภาษีทรัมป์ ว่า ไทยอาจจะใช้แนวทางปรับลดภาษีนำเข้า และเพิ่มปริมาณนำเข้า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า พร้อมเตรียมรับมือผลกระทบ และจัดวางมาตรการเยียวยาผลกระทบกับผู้ประกอบการ และจะเดินหน้าเจรจา FTA กับต่างประเทศโดยเร็ว เพื่อชดเชยการถูกโต้ตอบภาษีจากสหรัฐฯ
ด้านแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีว่า รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และวางมาตรการรองรับในการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก
ทั้งพร้อมที่จะหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด และได้มอบหมายให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดเตรียมข้อเสนอเพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ
ณ ตอนนี้ ก่อนจะถึงวันที่ 9 เมษายน เราต้องมารอดูกันต่อไปว่า ไทยจะสามารถเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อปรับสมดุลการค้า โดยไม่ให้ผลกระทบต้องเกิดขึ้นกับคนไทย ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างมาก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/articles/c1jxrnl9xe2o
https://www.bbc.com/news/articles/c1jxrnl9xe2o
https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/194637/
https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/194733/