ระเบิดพลีชีพในปากีสถาน เสียชีวิต 33 ราย วิสามัญคนร้าย 92 คน นักวิเคราะห์ชี้เป็นวันนองเลือดสุด

กองทัพปากีสถาน แถลงเมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ว่า เหตุโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายและอาวุธปืนหลายจุดในแคว้นบาลูจิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเป็นฝีมือของ “ผู้ก่อการร้าย” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 คน รวมถึงพลเรือน ขณะที่กองกำลังความมั่นคงที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้วิสามัญผู้ก่อเหตุ 92 คน นักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตฝั่งกลุ่มติดอาวุธมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
กองทัพระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยพลเรือน 18 คน เจ้าหน้าที่ความมั่นคง 15 นาย และผู้ก่อความไม่สงบ 92 คน โดยกลุ่มติดอาวุธชาวบาโลชโจมตีเป้าหมายหลากหลาย ทั้งพลเรือน เรือนจำความมั่นคงสูง สถานีตำรวจ และฐานกำลังทหารกึ่งทหาร
แม้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวบาโลชและกลุ่มตาลีบันปากีสถาน (TTP) จะโจมตีกองกำลังความมั่นคงในบาลูจิสถานและพื้นที่อื่นเป็นระยะ แต่การโจมตีประสานพร้อมกันในวงกว้างเช่นนี้ถือว่าหายาก ทางการระบุว่า ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้ก่อเหตุถูกสังหารทั่วบาลูจิสถานอย่างน้อย 133 คน โดย 92 คนเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เพียงวันเดียว
กองทัพและรัฐมนตรีมหาดไทย โมห์ซิน นัควี ระบุว่าผู้โจมตีได้รับการสนับสนุนจาก อินเดีย อย่างไรก็ตาม นิวเดลีไม่มีความเห็นตอบโต้ในทันที และเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาลักษณะนี้มาก่อน
กลุ่มต้องห้าม กองทัพปลดปล่อยบาโลช (BLA) อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายและอาวุธปืน โดยมีรายงานว่าคนร้ายปล้นธนาคาร เผาสถานีตำรวจ และจุดไฟเผารถหลายสิบคัน กลุ่ม BLA ยังเผยแพร่วิดีโอที่มีนักรบหญิงร่วมปฏิบัติการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามเชิงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อชูบทบาทผู้หญิงในกลุ่มติดอาวุธ
โฆษกรัฐบาลแคว้นบาลูจิสถาน ชาฮิด รินด์ ระบุว่า การโจมตีส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากกองทัพแถลงว่ากองกำลังความมั่นคงบุกทลายแหล่งซ่อนตัวของกลุ่มติดอาวุธสองแห่งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และสังหารผู้ก่อเหตุรวม 41 คนจากการปะทะกันแยกต่างหาก
ผู้ว่าการแคว้น ซาร์ฟราซ บุกติ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่ากองกำลังความมั่นคงกำลังไล่ล่าผู้ก่อเหตุ พร้อมระบุว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา มีผู้ก่อความไม่สงบถูกสังหารอย่างน้อย 700 คน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทางการระบุว่ากลุ่มติดอาวุธทำลายรางรถไฟ ส่งผลให้การรถไฟปากีสถานระงับเดินรถจากบาลูจิสถานไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ เป้าหมายการโจมตีรวมถึงสถานีตำรวจ เรือนจำ หน่วยกึ่งทหาร และผู้โดยสาร
รัฐมนตรีสาธารณสุขแคว้น บัคต์ มูฮัมหมัด กาการ์ กล่าวว่า เหตุโจมตีเริ่มขึ้นเกือบพร้อมกันทั่วทั้งแคว้น โดยมีตำรวจ 2 นายเสียชีวิตจากเหตุขว้างระเบิดใส่รถตำรวจในเมืองเควตตา เมืองหลวงแคว้นบาลูจิสถาน ทางการประกาศภาวะฉุกเฉินในโรงพยาบาลทุกแห่ง
ตำรวจเผยว่า ผู้ก่อเหตุหลายสิบคนบุกโจมตีเรือนจำในเขตมาสตุง และปล่อยนักโทษมากกว่า 30 คน ขณะเดียวกัน กลุ่มติดอาวุธพยายามบุกสำนักงานใหญ่กองกำลังกึ่งทหารในเขตนูชกี แต่ถูกผลักดันกลับได้ อีกเหตุหนึ่ง คนร้ายขว้างระเบิดใส่สำนักงานผู้บริหารรัฐในเขตดัลบันดิน แต่การตอบโต้ฉับไวของเจ้าหน้าที่ทำให้ต้องล่าถอย
การโจมตีฐานตรวจในเขตบาลินชา ตุมป์ และคาราน ถูกสกัดไว้ได้ ส่วนในเมืองปาสนีและ กวาดาร์ คนร้ายพยายามลักพาตัวผู้โดยสารรถบัสบนทางหลวง
กลุ่ม BLA ถูกสั่งห้ามในปากีสถานและถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย โดยอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากีสถานยืนยันว่ากลุ่มดังกล่าวได้รับการหนุนหลังจากอินเดีย ซึ่งอินเดียปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ปากีสถานยังกล่าวหาว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนบาโลช กลุ่มตาลีบันปากีสถาน และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ใช้ดินแดนอัฟกานิสถานเป็นฐานโจมตีเข้ามาในประเทศ ซึ่งกรุงคาบูลปฏิเสธข้อกล่าวหา
อับดุลลาห์ ข่าน กรรมการผู้จัดการสถาบัน Pakistan Institute for Conflict and Security Studies ในนครอิสลามาบัด ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ว่า “ไม่เคยมีผู้ก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับ BLA หรือกลุ่มอื่น ๆ ถูกสังหารมากขนาดนี้ในวันเดียว” ในบาลูจิสถาน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กลุ่มแบ่งแยกดินแดนบาโลชและกลุ่มตาลีบันปากีสถาน หรือ Tehrik-e-Taliban Pakistan ( TTP) เพิ่มความถี่การโจมตีในปากีสถาน โดย TTP เป็นกลุ่มแยกต่างหากแต่เป็นพันธมิตรกับตาลีบันอัฟกานิสถานที่กลับมามีอำนาจในเดือนสิงหาคม 2021 ทั้งนี้ บาลูจิสถานเป็นพื้นที่ความขัดแย้งยืดเยื้อมายาวนาน จากการก่อความไม่สงบของกลุ่มที่ต้องการแยกเอกราชจากรัฐบาลกลางในกรุงอิสลามาบัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
