ศาลฎีกาสหรัฐชี้ชะตาคดีภาษีทรัมป์ 9 ม.ค. เสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก

ศาลฎีกาสหรัฐเตรียมชี้ขาดคดีภาษีทรัมป์ 9 ม.ค. จับตาผลกระทบเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐ เปิดเผยผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 มกราคมว่า ศาลจะมีคำตัดสินในวันศุกร์ที่ 9 มกราคมนี้ สำหรับคดีที่ได้ผ่านการไต่สวนไปแล้วก่อนหน้า โดยหนึ่งในคดีที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือคดีความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกายังไม่ได้ระบุล่วงหน้าว่าจะมีการอ่านคำวินิจฉัยในคดีใดบ้างในวันดังกล่าว ทำให้ตลาดการเงินและภาคธุรกิจทั่วโลกยังคงเฝ้ารอความชัดเจนอย่างใกล้ชิด
คดีภาษีศุลกากรของทรัมป์ถูกมองว่ามีผลกระทบในวงกว้างต่อระบบการค้าโลก หลังจากรัฐบาลสหรัฐจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าจำนวนมาก โดยแพลตฟอร์มเดิมพันออนไลน์อย่าง Kalshi และ Polymarket ประเมินว่า ทรัมป์มีโอกาสชนะคดีเพียงราว 30% และ 23% ตามลำดับ ลดลงจากประมาณ 40% ก่อนหน้านี้ หลังผู้พิพากษาหลายคนแสดงท่าทีตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการดังกล่าว
ประเด็นสำคัญอีกด้านคือ หากศาลฎีกาตัดสินว่าภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่แน่ชัดว่าศาลจะสั่งให้รัฐบาลคืนเงินภาษีหรือไม่ หรือจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นล่างหรือฝ่ายบริหารในการจัดการต่อไป โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยระบุว่า หากศาลตัดสินให้ภาษีศุลกากรเป็นโมฆะ จะถือเป็น “หายนะ” ต่อสหรัฐ เนื่องจากรัฐบาลมีรายได้จากภาษีเหล่านี้สูงถึงราว 6 แสนล้านดอลลาร์
ด้านสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (CBP) ระบุว่า หากศาลฎีกาชี้ว่ามาตรการภาษีที่ออกภายใต้ International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีให้ผู้นำเข้ามากกว่า 1.33 แสนล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐได้มีคำสั่งระงับการบังคับใช้ภาษีศุลกากรทั้งหมด โดยเห็นว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของ IEEPA ซึ่งให้อำนาจด้านภาษีแก่สภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี และศาลอุทธรณ์ก็มีคำวินิจฉัยยืนตามแนวทางเดียวกัน พร้อมเพิกถอนมาตรการภาษีส่วนใหญ่
แม้คณะตุลาการศาลฎีกาชุดปัจจุบันจะมีผู้พิพากษาสายอนุรักษนิยมถึง 6 จาก 9 คน และในจำนวนนี้ 3 คนได้รับการแต่งตั้งโดยทรัมป์ แต่ระหว่างการไต่สวน ผู้พิพากษาทั้งสายอนุรักษนิยมและสายเสรีนิยมต่างตั้งคำถามอย่างเข้มข้นต่อเหตุผลและอำนาจในการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้าง
ผู้พิพากษาโซเนีย โซโตมายอร์ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าภาษีไม่ใช่เครื่องมือหารายได้ แต่ในความเป็นจริง ภาษีดังกล่าวสร้างภาระให้ประชาชนอเมริกัน ขณะที่ผู้พิพากษานีล กอร์ซัช ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่อำนาจด้านภาษีจะถูกดึงออกจากสภาคองเกรสไปอยู่ในมือฝ่ายบริหารมากขึ้น
ด้านนายนีล คัตยาล ทนายฝ่ายโจทก์ ย้ำว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐให้อำนาจการจัดเก็บภาษีแก่สภาคองเกรสเท่านั้น และไม่เชื่อว่า IEEPA จะเปิดทางให้ประธานาธิบดีรื้อโครงสร้างภาษีการค้าโลกได้ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านภาษีชี้ว่า ภาระทางการเงินสุดท้ายตกอยู่กับผู้นำเข้าและผู้บริโภคชาวอเมริกัน ไม่ใช่ผู้ผลิตต่างชาติ
การตัดสินของศาลฎีกาในวันที่ 9 มกราคมนี้ จึงถูกมองว่าอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการค้าสหรัฐ และทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
