รีเซต

โลกร้อนกัดกินอารยธรรม! มรดกใต้น้ำยุโรป เสี่ยงสูญสลายถาวร

โลกร้อนกัดกินอารยธรรม! มรดกใต้น้ำยุโรป เสี่ยงสูญสลายถาวร
TNN ช่อง16
3 มีนาคม 2569 ( 10:30 )
1

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงต่อระบบนิเวศทางทะเลหรือสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึง “มรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ” ที่มนุษยชาติสั่งสมมานานหลายศตวรรษ งานวิจัยฉบับใหม่เตือนว่า ภาวะกรดในมหาสมุทร (ocean acidification) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กำลังเร่งการเสื่อมสภาพของโบราณวัตถุที่จมอยู่ใต้ทะเล และความเสียหายเหล่านี้อาจไม่สามารถย้อนกลับได้ในช่วงหลายทศวรรษถึงหลายศตวรรษข้างหน้า

งานวิจัยที่ประสานงานโดยมหาวิทยาลัยปาดัวในอิตาลี หรือ University of Padua ศึกษาว่าภาวะกรดในทะเลสามารถเร่งการผุกร่อนของแหล่งโบราณคดีใต้น้ำได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์อัตราการเสื่อมสภาพของวัสดุทางประวัติศาสตร์ ทั้งในรูปแบบการละลายทางเคมีและการย่อยสลายจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล ก่อนจะนำข้อมูลดังกล่าวไปผสานกับแบบจำลองสภาพภูมิอากาศขนาดใหญ่

ผลการศึกษาชี้ว่า ในยุคก่อนอุตสาหกรรม การเสื่อมสภาพของหินเกิดขึ้นในระดับต่ำ และแม้ในปัจจุบันจะยังจำกัดอยู่บ้าง แต่หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น อัตราการผุกร่อนอาจเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณในอนาคต การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะได้รับอิทธิพลจากคุณสมบัติของวัสดุ รวมถึงพลวัตของการเกิดไบโอคอโลไนเซชัน (biocolonisation) หรือการเจริญเติบโตของจุลชีพบนพื้นผิวโครงสร้างใต้น้ำ

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment เตือนว่า ภาวะกรดในมหาสมุทรจะเป็นความท้าทายรุนแรงต่อการอนุรักษ์มรดกใต้น้ำ ทำให้มาตรการด้านการอนุรักษ์และการปรับตัวมีความเร่งด่วนมากกว่าที่เคย

เพื่อจำลองสภาพอนาคต นักวิจัยลงพื้นที่ทดลองบริเวณเกาะอิสเคียของอิตาลี หรือ Ischia ซึ่งมีช่องระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากใต้ดินภูเขาไฟตามธรรมชาติ พื้นที่ดังกล่าวปล่อย CO₂ บริสุทธิ์เกือบทั้งหมดในอุณหภูมิปกติ จึงเปรียบเสมือน “ห้องปฏิบัติการธรรมชาติ” สำหรับศึกษาภาวะกรดในทะเล

คณะวิจัยได้นำแผ่นตัวอย่างที่ฝังวัสดุหินประเภทต่าง ๆ ซึ่งพบได้ทั่วไปในมรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ ไปจุ่มไว้ในระดับความเป็นกรด (pH) ที่แตกต่างกันรอบ ๆ ช่องระบายก๊าซ จากนั้นจึงนำตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้เครื่องมือวัดพื้นผิวความละเอียดสูงเพื่อสร้างแบบจำลองสามมิติของการกัดกร่อนและการละลาย

ผลการศึกษาพบว่า โบราณวัตถุที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตสูง เช่น หินอ่อนและหินปูน มีความเปราะบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหากมีโครงสร้างพรุนหรือเนื้อละเอียด วัสดุเหล่านี้มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายกับปะการัง ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมานานแล้ว

สิ่งที่น่ากังวลคือ โบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์สูง เช่น ประติมากรรม ลวดลายแกะสลัก และโมเสก ซึ่งต้องอาศัยรายละเอียดอันประณีต อาจสูญเสียข้อมูลสำคัญไปอย่างถาวร แม้จะเป็นเพียงการสึกกร่อนเล็กน้อยบนพื้นผิวก็ตาม

อิตาลีมีแหล่งมรดกใต้น้ำที่สำคัญจำนวนมาก เช่น อุทยานโบราณคดีใต้น้ำบาเอีย หรือ Baiae Archaeological Park ที่มีพื้นหินอ่อนและโมเสกจากเมืองโรมันโบราณ รวมถึงท่าเรือโรมันเอกนาเซียในแคว้นปูเลีย หรือ Egnazia ซึ่งล้วนตกอยู่ในความเสี่ยงจากภาวะกรดในทะเล นักวิจัยย้ำว่าแม้การเสื่อมสภาพเพียงเล็กน้อยบนพื้นผิว ก็อาจหมายถึงการสูญเสียข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างไม่อาจย้อนคืนได้

งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้กระทบแค่ธรรมชาติ แต่ยังคุกคามรากฐานทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ภาวะกรดในมหาสมุทรที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจเร่งการผุกร่อนของโบราณวัตถุใต้น้ำ โดยเฉพาะวัสดุที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตสูง ความเสียหายเหล่านี้อาจไม่สามารถฟื้นคืนได้ในระยะยาว

ดังนั้น การกำหนดนโยบายอนุรักษ์และการปรับตัวเชิงรุกจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะมรดกใต้น้ำไม่ใช่เพียงซากโบราณวัตถุ หากแต่เป็นหลักฐานแห่งอารยธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ข้ามกาลเวลา และเมื่อรายละเอียดเล็ก ๆ เลือนหายไป เรื่องราวเหล่านั้นก็อาจสูญสิ้นไปตลอดกาล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง