"ตุรกี" เจรจา "อิตาลี" ผลิตอาวุธรับภัยคุกคามจากอิหร่าน

ตุรกีอยู่ระหว่างการเจรจากับอิตาลีเพื่อจัดซื้อและร่วมผลิตระบบป้องกันขีปนาวุธยุโรป โดยมีเป้าหมายเสริมศักยภาพการป้องกันทางอากาศ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น แรงผลักสำคัญมาจากสถานการณ์สงครามที่เริ่มต้นเมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตี อิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ยิงขีปนาวุธตอบโต้ในภูมิภาค โดยบางส่วนเคลื่อนเข้าใกล้น่านฟ้าตุรกี และถูกระบบของ NATO สกัดไว้
ในเชิงยุทธศาสตร์ ตุรกีมีแผนผนวกระบบ SAMP/T (แซม-พี-ที) คือระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะกลาง–ไกล ที่ออกแบบมาเพื่อ สกัดขีปนาวุธและเครื่องบินรบ เข้ากับโครงข่ายป้องกันหลายชั้น หรือที่เรียกว่า "steel dome" ซึ่งมีแนวคิดคล้าย Iron Dome ของอิสราเอล เพื่อยกระดับความสามารถป้องกันภัยคุกคามจากอากาศแบบครบวงจร
ในมิติธุรกิจ ตุรกียังเดินหน้าผลักดันการร่วมผลิตกับพันธมิตร NATO เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศ หลังข้อตกลงร่วมผลิตกับกลุ่มบริษัทร่วมทุนด้านกลาโหมของยุโรป (Eurosam) เมื่อปี 2018 ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้จากความเห็นต่าง โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ไทยิป แอร์โดอัน ได้เปิดโรงงานผลิตขีปนาวุธมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ใกล้กรุงอังการา ซึ่งดำเนินการโดย Roketsan (โร-เค็ต-ซาน) บริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมของตุรกีเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทั้งระบบป้องกันและขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์
การเร่งลงทุนครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ กระบวนการพัฒนาและสร้างอุตสาหกรรมกลาโหมภายในประเทศของตุรกี ที่ต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างขีดความสามารถแข่งขันในตลาดอาวุธโลก
นอกจากนี้ ตุรกียังเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำ NATO ในเดือนกรกฎาคม พร้อมผลักดันให้พันธมิตรผ่อนคลายข้อจำกัดด้านความร่วมมืออุตสาหกรรมกลาโหม เพื่อเสริมอำนาจยับยั้งภัยคุกคามบริเวณชายแดนตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ตุรกียังคงต้องบริหารสมดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐ หลังเคยจัดซื้อระบบ S-400 จากรัสเซียในปี 2019 ซึ่งนำไปสู่การถูกถอดออกจากโครงการเครื่องบินรบ F-35 และกลายเป็นโจทย์สำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าอาวุธในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
