รีเซต

เอกนัฏย้ำไม่อุ้มนายทุน เล็งถกโรงกลั่นลดค่ากลั่นอีก เม.ย.

เอกนัฏย้ำไม่อุ้มนายทุน เล็งถกโรงกลั่นลดค่ากลั่นอีก เม.ย.
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 21:57 )
19

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล ถึงแนวทางรับมือวิกฤตราคาพลังงานจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าการบริหารพลังงานต้องมองทั้งมิติเศรษฐกิจประเทศและภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กันไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ได้เตรียมแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เพราะต้นทุนพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนและความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวนและสร้างแรงกดดันในวงกว้าง

ในส่วนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายเอกนัฏยอมรับว่าใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการบริหาร และมองว่าหลังผ่านพ้นภาวะวิกฤต จำเป็นต้องทบทวนบทบาทและกติกาการทำงานของกองทุนใหม่ หลังพบว่าปัจจุบันกองทุนมีภาระติดลบประมาณ 60,000 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลไกเดิมเปิดช่องให้ใช้อำนาจอุดหนุนเงินจำนวนมากเกินไป จึงควรวางกรอบให้รัดกุมมากขึ้นในอนาคต

สำหรับประเด็นค่าการกลั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมองว่า ในภาวะที่ตลาดโลกผิดปกติ กลไกตลาดไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และการอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของไทยที่มีกำลังการกลั่นในประเทศเพียงพอ จึงเห็นว่าโรงกลั่นควรเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นายเอกนัฏเปิดเผยว่า ได้ใช้อำนาจในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน พิจารณาต้นทุนที่เกี่ยวข้อง ทั้งค่าความเสี่ยงจากสงคราม ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง เพื่อนำมาคำนวณเป็นส่วนลดหน้าโรงกลั่นในเดือนเมษายน และหากค่าการกลั่นในช่วงเดือนนี้ขยับสูงขึ้นอีก ก็พร้อมนำข้อมูลจริงกลับมาหารือเพื่อกำหนดส่วนลดเพิ่มเติม โดยย้ำว่าเวลานี้โรงกลั่นให้ความร่วมมือในระดับที่ดี และยืนยันชัดว่าไม่เคยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของนายทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายเอกนัฏระบุว่า แม้เป็นมาตรการที่ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะจะกระทบต่อรายได้รัฐในช่วงที่ประเทศยังต้องใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จึงขอเก็บมาตรการดังกล่าวไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยในระยะนี้ยังให้น้ำหนักกับการเจรจาลดราคาหน้าโรงกลั่นและการใช้กองทุนน้ำมันร่วมกัน เพื่อลดภาระราคาขายปลีกโดยไม่ซ้ำเติมฐานะการคลังมากเกินไป

นายเอกนัฏยังกล่าวด้วยว่า การบริหารสถานการณ์พลังงานที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ต้องอาศัยความรอบคอบและสติ ไม่ใช่การตัดสินใจแบบเร่งรีบ พร้อมยอมรับว่าแม้ขณะนี้น้ำมันดิบขาเข้าเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และมีแนวโน้มว่าการนำเข้าในเดือนพฤษภาคมจะดีขึ้น แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกฉากทัศน์ รวมถึงกรณีเลวร้ายที่สุด

ในประเด็นการกักตุนหรือฉวยโอกาสหากำไรจากวิกฤต นายเอกนัฏส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า หากพบการเอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่สังคมกำลังได้รับผลกระทบ กระทรวงพลังงานจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดใช้สถานการณ์เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์

นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่อาจขยับจาก 3.88 บาทต่อหน่วยเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย โดยระบุว่ายังมีทางบริหารจัดการให้กลับมาอยู่ที่ระดับเดิมได้ ผ่านการนำรายได้ของการไฟฟ้ามาชดเชยบางส่วนให้กับผู้ใช้ไฟกลุ่มแรกไม่เกิน 200 หน่วย พร้อมวางแนวคิดปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟใหม่ ให้ผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายต่ำลง ขณะที่ผู้ใช้มากต้องรับภาระตามระดับการใช้ เพื่อช่วยประคองค่าครองชีพของครัวเรือนขนาดเล็กโดยไม่ผลักภาระไปยังค่าไฟเฉลี่ยทั้งระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง