ปิดแถลงนโยบาย นายกฯ พร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอ เดินหน้ามุ่งทำงานเพื่อประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
วานนี้ (วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569) เวลา 22.00 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนกรณีคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขอบคุณประธานสภาและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยย้ำว่าทุกความคิดเห็นล้วนมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ คณะรัฐมนตรีได้รับฟังอย่างรอบด้าน และพร้อมนำข้อเสนอที่เป็นสาระไปปรับใช้และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน
ผลักดันนโยบายทั้ง 23 ข้อให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะผลักดันนโยบายทั้ง 23 ข้อให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพภายในวาระของรัฐบาล โดยหวังว่าจะสามารถดำเนินงานได้ครบ 4 ปี
ทั้งนี้ การคัดเลือกคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ คำนึงถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ ประสบการณ์ และความเหมาะสมในการรับผิดชอบแต่ละกระทรวง
สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารงาน นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าเป็นเรื่องของบทบาทในทางการเมืองที่อาจมีทั้งคำชื่นชมและคำตำหนิ พร้อมย้ำว่าการวิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง โดยยกตัวอย่างการมอบหมายงานในลักษณะ “คลัสเตอร์” ว่าได้จัดสรรอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน โดยรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบกำกับดูแลหน่วยงานตามที่ได้รับมอบหมาย และในส่วนของกระทรวงที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแลนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบอำนาจอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีอธิบายแนวทางการบริหารงานว่าเป็นรูปแบบที่สั่งสมจากประสบการณ์ภาคเอกชน โดยเน้นการมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย พร้อมย้ำว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายต้องรับผิดชอบต่อผลงาน หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนด ก็จำเป็นต้องเปิดทางให้ผู้ที่มีศักยภาพมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน
ในประเด็นการทำงานและการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าได้ลงพื้นที่จริงในหลายกรณี อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก พร้อมยืนยันว่าเป็นการ “สั่งการ” ไม่ใช่การ “โยนงาน” และตนเองได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าการทำงานทุกกรณีมุ่งแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพลักษณ์
รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเท็จจริง และพร้อมปรับปรุงแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการให้ความสำคัญต่อรัฐสภา โดยกำชับให้คณะรัฐมนตรีเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายอย่างพร้อมเพรียง และมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเข้าชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม เพื่อสะท้อนถึงความเคารพต่อกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ข้อเสนอและความห่วงใยจากสมาชิกรัฐสภาทุกท่านล้วนมีเป้าหมายร่วมกัน คือประโยชน์ของประชาชน พร้อมยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ โดยรัฐบาลยินดีรับฟังข้อเท็จจริง และพร้อมปรับปรุงแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง แม้ในบางกรณีที่อาจไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดโดยตรง แต่หากประชาชนยังไม่พึงพอใจ รัฐบาลก็พร้อมน้อมรับและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
“พวกเราเข้าใจดี ผมเข้าใจดีว่าความห่วงกังวลของพวกท่านท่านทำเพื่อประชาชนทั้งนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่เห็นตรงกันก็คือทำเพื่อประชาชนผมไม่เคยมีความสงสัยเลยว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อตนเอง ยืนยันว่า คณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิและประสบการณ์ และความทุ่มเทในการทำงาน ขอให้พวกเราทุกคนนำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนและรับทราบ เราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เราต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง และเป็นความจริง เมื่อไหร่ตรงไหนเป็นข้อบกพร่อง ผมยินดีที่จะยอมรับและนำไปปรับปรุงแก้ไข ท่านคงเห็นว่าผมออกไปขอโทษประชาชนหลายครั้งเวลาทำอะไรแล้วยังไม่เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ทั้งที่หลายครั้งก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราทำไม่ถูก แต่ก็เข้าใจและเห็นแก่พี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนเป็นผู้ที่เลือกเราเข้ามา ถ้าประชาชนยังไม่พอใจก็ถือว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ ก็ต้องออกมาขอโทษและทำต่อไปให้เรียบร้อยให้มันดี” นายอนุทิน กล่าว
รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์ โดยนอกจากนโยบายหลัก 23 ข้อแล้ว ยังพร้อมพิจารณาข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจของรัฐสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบกฎหมายและกระบวนการที่ถูกต้อง
“เราก็ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ รับฟังจดบันทึกสิ่งที่ท่านได้แนะนำให้รัฐบาลไปปฏิบัติ ยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายเราพูดแล้วทำอยู่แล้ว และสิ่งที่แนะนำให้พวกตนนำไปปฏิบัติ ตนก็ยินดี เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อ ที่แจ้งไว้ มีอีกกี่ข้อถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนตนพร้อมที่จะทำ” นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และหลังจากการแถลงนโยบายในครั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มกำลัง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า เข้มแข็ง และเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนทุกคนต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
