สรุปของดีงาน Apple Event : "Unleashed" มีอะไรน่าซื้อบ้าง ?

สรุปของดีงาน Apple Event : "Unleashed" มีอะไรน่าซื้อบ้าง ?
TNN ช่อง16
19 ตุลาคม 2564 ( 06:01 )
27
สรุปของดีงาน Apple Event : "Unleashed" มีอะไรน่าซื้อบ้าง ?

หากใครที่ติดตามงาน "Unleashed" ของ Apple เมื่อคืนที่ผ่านมา จะพบว่าผลิตภัณฑ์หัวใจหลักของงานอย่าง Mac PRO รุ่น 14 และ 16 นิ้วนั้นไม่ได้ถูกพัฒนามาสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปแต่อย่างใด แต่อาจจะถูกโฉลกสำกรับเหล่านักพัฒนา นักตัดต่อ นักสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลทั้งหลายเสียมากกว่า เพราะนอกจากความแรงที่ Apple มอบให้แล้ว มันยังมาพร้อมกับราคา ที่ประเทศฝั่งเราไม่สามารถที่จะเอื้อมถึงได้


แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในงาน Unleashed ก็เป็นเหมือนก้าวต่อไปของ Apple ก็ว่าได้ โดยในงานมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย !!



เปิดตัว MacBook Pro ขนาด 14 และ 16 นิ้ว ที่มาพร้อมชิป M1 ใหม่ถึง 2 ตัว !!

แน่นอนว่าในงานนี้ MacBook Pro ขนาด 14 และ 16 นิ้ว ถือเป็นดาวเด่นตัวเอกประจำงานก็ว่าได้ ซึ่งเซอร์ไพรส์เหล่าแฟน ๆ ด้วยชิปที่อัพเกรดจาก M1 ถึง 2 ตัว ประกอบไปด้วย ชิป M1 Pro และ M1 Max โดยตัว MacBook Pro ขนาด 14 และ 16 นิ้ว มีจุดเด่นข้อดีอะไรบ้าง เราสรุปให้อ่านกันง่าย ๆ ดังนี้

  • ชิปใหม่มีให้เลือกถึง 2 ประกอบไปด้วย M1 Pro และ M1 Max 

  • ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 3.7 เท่า

  • ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด  13 เท่า

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 21 ชั่วโมง

  • ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของระบบเร็วขึ้นสูงสุด 11 เท่า

  • แบตอึดมาก !! รุ่น 14 นิ้วดูวีดีโอได้นาน 17 ชั่วโมง เล่นเน็ตต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 16 นิ้ว ทำได้ 21 และ 14 ชั่วโมงตามลำดับ

  • ระบบควบคุมความร้อนอันล้ำสมัยถ่ายเทอากาศได้มากขึ้น 50%

  • SSD ความจุสูงสุด 8TB อ่านข้อมูลเร็ว 7.4GB/s23 (เร็วกว่ารุ่นก่อน 2 เท่า) สามารถเปิดวีดีโค 8K ได้ชั่วพริบตา

  • หน้าจอ Liquid Retina XDR โดดเด่นด้วย Extreme Dynamic Range ซึ่งมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่หนึ่งล้านต่อหนึ่ง คอนเทนต์ HDR ทำให้ภาพในจอโดดเด่นดูมีชีวิตชีวา มาพร้อมฟีเตอร์ ProMotion ทำให้ทุกอย่างลื่นไหลตอบสนองฉับไว 

  • ความสว่างต่อเนื่องที่ 1,000 นิต ความสว่างสูงสุด 1,600 นิต Mini-LED จำนวน 10,000 ดวง อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 และรองรับ 1,000,000,000 สี

  • รุ่น 16 นิ้วมีจอขนาด 16.2 นิ้ว ความละเอียด 7.7 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่น 14 นิ้วมีจอขนาด 14.2 นิ้ว ความละเอียด 5.9 ล้านพิกเซล 

  • กล้อง HD ความละเอียด 1080p ความละเอียดเพิ่มขึ้น 2 เท่า ที่มาเป็นติ่งบนหน้าจอเนี้ยบ ๆ (อันนี้ขอหักคะแนน)

  • ไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอ 3 ตัว ลดระดับเสียงรบกวนลง 60% มาพร้อมบีมฟอร์มมิ่งตามทิศทางของเสียง ทำให้เสียงของเราชัดเจนอยู่เสมอ

  • ระบบเสียง 6 ลำโพง เสียงเบสเพิ่มขึ้นสูงสุด 80% มีระบบเสียงตามตำแหน่ง สามารถสร้างมิติเสียงแบบ 3 มิติที่สลับซับซ้อนได้

  • มีช่องเสียบ 5 แบบ SDXC, HDMI, ช่องเสียบหูฟัง, Thunderbolt 4 คูณ 3 ช่อง , และเด่นที่สุดด้วย MagSafe 3

  • สามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง Pro Display XDR ได้สูงสุดพร้อมกัน 3 จอ และทีวี 4K ได้อีกหนึ่งเครื่องด้วยชิป M1 Max ส่วน M1 Pro สามารถต่อเครื่อง Pro Display XDR ได้สูงสุด 2 เครื่อง

  • Magic Keyboard มาพร้อมแถวปุ่มฟังก์ชั่นแบบเต็มขนาด มีปุ่มลัดคีย์บอร์ดใหม่ๆ สำหรับ Spotlight, Siri, การป้อนตามคำบอก และโหมดห้ามรบกวน



ชิป M1 ใหม่ PRO และ MAX ต่างกันอย่างไร ?

อ่านเรื่องความเจ๋งของเจ้า MacBook Pro ตัวใหม่ไปแล้ว เรามาต่อกันด้วยเรื่องไฮไลท์อีกเรื่อง กับเรื่องชิปทั้ง 2 ที่เปิดตัวออก ชิปไหนดีกว่าอย่างไรมาชม 

  • M1 Pro รองรับ CPU สูงสุด 10‑core, GPU สูงสุด 16‑core, หน่วยความจำแบบรวมขนาดสูงสุด 32GB, แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 200GB/s, เชื่อมต่อจอภาพพร้อมกันได้ 2 จอ, และเล่นวิดีโอ ProRes ระดับ 4K ได้สูงสุด 20 สตรีม

  • M1 MAX รองรับ CPU สูงสุด 10‑core, GPU สูงสุด 32‑core, หน่วยความจำแบบรวมขนาดสูงสุด 64GB, แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 400GB/s ประมวลผลกราฟิกได้เร็วขึ้น 2 เท่า และมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับชิป M1 Pro มาพร้อมมีเดียเอนจิ้นที่สร้างมาโดยเฉพาะสำหรับการถอดรหัส และอีก 2 ตัวสำหรับการเข้ารหัส จึงเข้ารหัสวิดีโอได้เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า พร้อมด้วยตัวเร่งความเร็ว ProRes อีก 2 ตัว เพื่อประสิทธิภาพการทำงานแบบหลายสตรีมที่สูงยิ่งขึ้น, เชื่อมต่อจอภาพพร้อมกันได้ 4 จอ, และเล่นวิดีโอ ProRes ระดับ 8K ได้สูงสุด 7 สตรีม 

  • M1 Pro มีให้เลือกได้ทั้งรุ่น 14 และ 16 นิ้ว 

  • ส่วน M1 MAX จะต้อวซื้อรุ่น 16 นิ้ว ในราคาสูงสุดเท่านั้น

  • CPU ของชิป M1 Pro และ M1 Max ต่างใช้ประโยชน์จากคอร์ประสิทธิภาพสูงได้สูงสุด 8 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงานสูงสุด 2 คอร์ จึงประมวลผลได้เร็วขึ้นโดยใช้พลังงานเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น

  • ชิป M1 Pro และ M1 Max มีประสิทธิภาพเหนือกว่าชิปแบบ 8‑core รุ่นล่าสุดของแล็ปท็อป PC ถึง 1.7 เท่า และ ใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 70%

  • ทั้ง 2 ชิปมีโปรแกรมรองรับแล้วกว่า 1,000 แอป ซื้อปุ้บทำงานได้เลย



ราคาแรง ๆ ที่มาพร้อมกับความพร้อมให้คุณทำอะไรก็ได้

MacBook Pro ทั้ง 14 และ 16 นิ้ว จะมีสีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ประกอบไปด้วยเทาสเปซเกรย์ และสีเงิน นอกนั้นมีความต่างและราคาดังนี้

  • MacBook Pro ขนาด 14 นิ้ว, ชิป M1 PRO, CPU 8-core, GPU 14-core, หน่วยความจำ 16GB, ตัวจัดเก็บข้อมูล SSD ความจุ 512GB : ราคา 73,900 บาท
  • MacBook Pro ขนาด 14 นิ้ว, ชิป M1 PRO, CPU 10-core, GPU 16-core, หน่วยความจำ 16GB, ตัวจัดเก็บข้อมูล SSD ความจุ 1TB : ราคา 89,900 บาท

    ภาพจาก : apple.com

     


  • MacBook Pro ขนาด 16 นิ้ว, ชิป M1 PRO, CPU 10-core, GPU 16-core, หน่วยความจำ 16GB, ตัวจัดเก็บข้อมูล SSD ความจุ 512GB : ราคา 89,900 บาท
  • MacBook Pro ขนาด 16 นิ้ว, ชิป M1 PRO, CPU 10-core, GPU 16-core, หน่วยความจำ 16GB, ตัวจัดเก็บข้อมูล SSD ความจุ 1TB : ราคา 96,900 บาท
  • MacBook Pro ขนาด 16 นิ้ว, ชิป M1 MAX, CPU 10-core, GPU 32-core, หน่วยความจำ 32GB, ตัวจัดเก็บข้อมูล SSD ความจุ 1TB : ราคา 124,900 บาท



ภาพจาก : apple.com

 


การสร้างที่รักษ์โลกอย่างแท้จริง !? 

MacBook Pro ถูกออกแบบเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยการไม่ใช้สารเคมีและวัสดุที่เป็นอันตราย ใช้เยื่อไม้ใหม่ในบรรจุภัณฑ์จากป่าที่ได้รับการจัดการอย่างรับผิดชอบ 100% ส่วนแม่เหล็กในลำโพง มอเตอร์พัดลม และขั้วต่อสายไฟล้วนทำมาจากแร่โลหะหายาก ที่ผ่านการรีไซเคิลทั้งหมด "ตามนโยบายของ Apple ที่ต้องการให้ตนเองเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030"



ภาพจาก : apple.com

 



AirPods รุ่น 3 เปิดตัวก่อน มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่

อีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ MacBook Pro (รู้ต้องเรียกว่าเปิดตัวก่อน) นั่นก็คือ AirPods รุ่น 3 ซึ่งรุ่นนี้มาพร้อมกับ

  • การออกแบบใหม่ : มีน้ำหนักเบา ขนาดกระชับพอดีในรูปทรงโค้งมน ทำมุมได้ลงตัวพอดีกับหู ทำให้ทั้งใส่สบายและเสียงเข้าสู่หูพอดี มีขนาดสั้นกว่า AirPods (รุ่นที่ 2) ถึง 33% และมีเซ็นเซอร์แรงกดเพื่อให้เราสามารถควบคุมเสียงดนตรีและการโทรได้โดยง่าย

  • ระบบเสียงตามตำแหน่งพร้อมการติดตามศีรษะแบบไดนามิก : เสียงจะโอบล้อมรอบตัวเรา เพื่อสร้างประสบการณ์การฟังแบบสามมิติ AirPods จะทำงานร่วมกันเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ เราจึงจะเหมือน อยู่ท่ามกลางเสียงเพลงและฉากต่าง ๆ ที่กำลังฟังอยู่

  • EQ แบบปรับได้เอง : เสียงดนตรีจะถูกปรับให้เข้ากับรูปทรงภายในหู โดยอัตโนมัติ ในขณะที่ไมโครโฟนที่หันเข้าด้านในจะตรวจจับเสียงที่เราได้ยิน แล้วปรับย่านความถี่ต่ำและกลางเพื่อมอบรายละเอียดที่ดีที่สุดแก่เราออกมา

  • แบตเตอรี่อึดขึ้น 1 ชั่วโมง : ฟังสิ่งต่าง ๆ ได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง และสนทนาได้นานสูงสุด 4 ชั่วโมง มาพร้อม เซ็นเซอร์ตรวจจับผิวหนังที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งเปิดหรือปิด AirPods ได้อย่างแม่นยำ ช่วยประหยัดแบตได้เมื่อจำเป็น และเพียงชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานได้แล้วประมาณ 1 ชั่วโมง

  • มาพร้อมเคสชาร์จ MagSafe : ให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 30 ชั่วโมง และสามารถใช้งานร่วมกับที่ชาร์จ MagSafe และเครื่องชาร์จแบบไร้สายได้

  • ทนเหงื่อและน้ำ : AirPods และเคสชาร์จ MagSafe มีความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ IPX4 ฝนตกหรือออกกำลังกายก็ไม่มีปัญหา

  • ใช้งานง่าย : หยิบออกจากเคสก็พร้อมใช้งานทันที มีฟีเจอร์อ่านการแจ้งเตือนโดย Siri ให้ใช้ รวมถึงฟีเจอร์แชร์เสียง ที่ทำให้เราและเพื่อน แชร์เพลงหรือฟังรายการผ่านทาง AirPods สองคู่ได้ง่าย ๆ



สิ่งอื่น ๆ ที่น่าสนใจ... 

  • HomePod mini มาใหม่ 3 สี ประกอบไปด้วยสีฟ้า, เหลือง, ส้ม รวมเป็น 5 สี เมื่อรวมกับสีสเปซเกรย์ และขาวที่ออกมาก่อนหน้านี้ เริ่มวางขายในเดือนพฤศจิกายน ยังไม่มีวาจำหน่ายในไทย

  • Apple Music เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ Voice Plan ฟังอย่างเดียว ไม่มี MV และเนื้อเพลงให้ดู ราคาเดือนละ 4.99 ดอลลาร์ หรือราวเดือนละ 167 บาท ใช้งานได้เฉพาะบนอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น และเปิดตัวในบางประเทศ

  • Apple จะออกอัพเดต macOS Monterey และ iOS 15.1 ในสัปดาห์หน้า หรือ 26 ตุลาคม 2021 เป็นต้นไป นอกจากนี้แอปเปิลยังระบุว่าระบบปฏิบัติการอื่นได้แก่ iOS 15.1, iPadOS 15.1, watchOS 8.1 และ tvOS 15.1 ก็จะออกอัพเดตในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

  • Apple ได้ปรับเปลี่ยนแถบเมนูด้านบนสุดของเว็บไซต์ Apple.com เพื่อแยกสินค้ากลุ่มดนตรีออกมาให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งเพิ่มหมวดสำหรับโปรโมตกลุ่มธุรกิจ Services ต่าง ๆ ใหม่

  • Apple ขายผ้าเช็ดจอ เหมาะกับกระจกพื้นผิวนาโน ราคา 690 บาท



แหล่งที่มา www.apple.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง