รีเซต

เตือน 33 จังหวัดฝนหนัก 4-7 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน

เตือน 33 จังหวัดฝนหนัก 4-7 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน
TNN ช่อง16
3 กันยายน 2569 ( 22:32 )

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนในช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตือนพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังจากฝนสะสม

สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนบริเวณลุ่มน้ำโขง พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมถึงหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง เนื่องจากอาจมีน้ำท่วมขังในระยะสั้น

4 ก.ย. 33 จังหวัดอยู่ในพื้นที่ฝนหนักถึงหนักมาก

สำหรับวันที่ 4 กันยายน พื้นที่ที่มีโอกาสเกิด ฝนตกหนักมาก ประกอบด้วย

  • ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย พะเยา และน่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ส่วนพื้นที่ที่มีโอกาสเกิด ฝนตกหนัก ได้แก่

  • ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี และสระบุรี
  • ภาคตะวันออก ได้แก่ นครนายก จันทบุรี และตราด

รวมพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักและหนักมากในวันที่ 4 กันยายน จำนวน 33 จังหวัด

เชียงใหม่เตรียมพร้อม 25 อำเภอ รับมือฝนสะสม

ด้านจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ร่วมกับทั้ง 25 อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดยให้เฝ้าระวังฝนสะสมเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 4-5 กันยายน พร้อมกำชับระบบการสื่อสารและการประสานงานให้สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่

สำนักงานชลประทานที่ 1 รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ โดยเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีปริมาณน้ำประมาณ 79.33% ขณะที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด มีปริมาณน้ำประมาณ 68.76% ซึ่งยังมีพื้นที่รองรับน้ำฝนและน้ำไหลเข้าเพิ่มเติม

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 77.09% และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 116 แห่ง มีปริมาณน้ำประมาณ 65.44% หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเดินหน้าติดตามทั้งปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ยะลาเร่งสำรวจความเสียหายหลังพายุฝน

ขณะที่จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและฟื้นฟูความเสียหาย หลังพื้นที่อำเภอเมืองยะลาเผชิญฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงช่วงเย็นวันที่ 2 กันยายน ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้า และทรัพย์สินในย่านการค้า

แรงลมทำให้เต็นท์ตลาดนัด กันสาด และโครงสร้างชั่วคราวบางส่วนได้รับความเสียหาย ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นกีดขวางเส้นทาง รวมถึงรถจักรยานยนต์หลายคันล้มจากแรงลม โดยหน่วยงานในพื้นที่เร่งจัดการจุดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางและดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย พร้อมแจ้งเตือนให้ติดตามพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้

ส่วนพายุโซนร้อน “โซเดล” ล่าสุดเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง โดยพายุลูกดังกล่าว ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแผนเดินทางไปบริเวณที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-7 กันยายน ซึ่งหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง