"R&I" คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ A-

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (15 พ.ค.69) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ
ของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่ง R&I ได้ชี้แจงเหตุผลและปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้
1. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) ขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 ในปี 2568 โดยภาคการส่งออกและดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้
อย่างไรก็ดี ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
2. R&I เชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งดำเนินการตามแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อทยอยลดการขาดดุลทางการคลังให้ต่ำกว่าร้อยละ 3 ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2572
3. R&I มองว่า แม้ว่าพื้นที่ทางการคลังของภาครัฐมีอยู่อย่างจำกัด แต่รัฐบาลปัจจุบันยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ในระยะต่อไป
4. ภาคการเงินต่างประเทศ มีความแข็งแกร่ง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับเกินดุลจากการเติบโตของรายได้จากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มีแนวโน้มไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าภาระหนี้ต่างประเทศ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต่างประเทศอยู่ในระดับจำกัด
5. ปัจจัยสำคัญที่ R&I จะติดตามสำหรับพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศไทย คือ ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะต่างประเทศในระยะปานกลาง
จากผลการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคของไทยที่ยังคงมีเสถียรภาพ รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับวินัยทางการคลัง ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจใหม่” ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างให้เป็นโอกาสในการพัฒนา เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
