สธ. แจงครหาจัดซื้อยารักษา โควิด-19 หลังพบญี่ปุ่นแจกยา แค่ทำวิจัยวงเล็ก ไม่ได้ให้ผู้ป่วยทั่วไป

สธ. แจงครหาจัดซื้อยารักษา โควิด-19 หลังพบญี่ปุ่นแจกยา แค่ทำวิจัยวงเล็ก ไม่ได้ให้ผู้ป่วยทั่วไป
มติชน
5 เมษายน 2563 ( 14:37 )
46
1
สธ. แจงครหาจัดซื้อยารักษา โควิด-19 หลังพบญี่ปุ่นแจกยา แค่ทำวิจัยวงเล็ก ไม่ได้ให้ผู้ป่วยทั่วไป

สธ. แจงครหาจัดซื้อยารักษา โควิด-19 หลังพบญี่ปุ่นแจกยา แค่ทำวิจัยวงเล็ก ไม่ได้ให้ผู้ป่วยทั่วไป

 

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 โดย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ สธ. กล่าวถึงกรณีการจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อมารักาผู้ป่วยโควิด-19 ว่า มีข้อครหาในโซเชียลมีเดียบอกว่าญี่ปุ่นจะบริจาคยาฟาวิพิราเวียร์ แล้วกระทรวงสาธารณะสุขจะจัดซื้ออีกอีกทำไม เรื่องนี้เราได้อีเมล์สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องในญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าเขายังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย สอบถามไปยังบริษัทฟูจิฟิล์มที่ทำวิจัยและถือใบอนุญาตผลิตยาตัวนี้ ก็บอกกลับมาว่าจะให้ฟรีเฉพาะประเทศที่ร่วมศึกษาวิจัยเท่านั้น ไม่ได้จะให้ฟรีเพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยทั่วไป

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ที่นำมารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ต้องบอกว่ายังไม่นิ่ง ปัจจุบันมีเพียงรายงานผลการรักษาจากประเทศจีนที่ระบุว่าได้ผลจริง ยังไม่มีผลศึกษาวิจัยออกมา ญี่ปุ่นที่เป็นประเทศแรกผลิต จึงอยากทำการศึกษาวิจัยให้ชัดเจนไปเลย เบื้องต้นเท่าที่ทราบเขาติดต่อโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่มีคนไข้โควิด-19 หลักรอยคน ไม่ใช่ให้มารักษาคนไข้ทั่วไป ฉะนั้นชีวิตคนไข้รอไม่ได้ จึงต้องจัดหาเข้ามา โดยในวันที่ 6 เมษายน ยาฟาวิพิราเวียร์จะนำเข้ามาจากจีนอีกแสนเม็ด

ขณะที่ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้จัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์จากญี่ปุ่นและจีนเข้ามารวม 8.7 หมื่นเม็ด ได้กระจายยาอย่างรวดเร็วไปยังโรงพยาบาลในเขตสาธารณสุข 12 เขตทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยทั้งหลาย โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ตลอดจนโรงพยาบาลเอกชน เพื่อทำการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีการใช้รักษาไปแล้ว 4.8 หมื่นเม็ด คงเหลือ 3.8 หมื่นเม็ด

และ นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ในยา 7 รายการสู้ศึกโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นยาที่ผลิตได้เองในประเทศไทยโดยองค์การเภสัช จึงไม่มีปัญหา ยกเว้นยาวิพิราเวียร์ที่ผลิตเองไม่ได้ เพราะมีแค่ญี่ปุ่นแหล่งกำเนิดยาตัวนี้ และจีนที่รับสิทธิบัตรให้ผลิตเพิ่มในสถานการณ์ระบาดนี้ จึงจำเป็นต้องนำเข้ามา ทั้งนี้ หลังจากมีการทดลองและใช้ได้ผลดีในประเทศจีน ประเทศไทยและทั่วโลกจึงต่างต้องการยาตัวนี้เช่นกัน การแสวงหาที่ผ่านมาจึงได้จำนวนจำกัด ซึ่งได้รับความร่วมมือระดับรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ประสานผ่านสถานทูตจีน ทำให้ได้ยาตัวนี้มา

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง