กรมขนส่งฯ กำหนดมาตรการรถสาธารณะ โดยเฉพาะ "การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด"

กรมขนส่งฯ กำหนดมาตรการรถสาธารณะ โดยเฉพาะ "การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด"
มติชน
4 พฤษภาคม 2563 ( 09:38 )
99
กรมขนส่งฯ กำหนดมาตรการรถสาธารณะ โดยเฉพาะ "การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด"

กรมการขนส่งทางบก กำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่ โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด และต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

 

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างเคร่งครัด แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม กรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

นายจิรุตม์ กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร พนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด

 

1.ห้ามลงจากรถระหว่างทางหรือในสถานที่ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอดตามที่กำหนดไว้ 2.ผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกแบบคำถามสุขภาพ (แบบ ต.8-คค) เพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ และ 3.ผู้ประกอบการขนส่งจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ และมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดให้ผู้โดยสารได้รับทราบในเวลาการจำหน่ายตั๋วโดยสารและก่อนขึ้นรถโดยสาร

 

“ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดดังกล่าว สามารถเลื่อนเวลาการเดินทางหรือคืนเงินค่าโดยสารให้แก่ผู้โดยสารได้” นายจิรุตม์ กล่าวว

 

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือผู้โดยสาร 1.สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง 2.ห้ามรับประทานอาหารบนรถ เว้นแต่กรณีจำเป็น เพื่อป้องกันการถอดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าระหว่างเดินทาง 3.ให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล(Social Distancing)อย่างน้อย 1 เมตรอย่างเคร่งครัด ทั้งภายในรถโดยสาร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร และ 4.เข้ารับการคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเดินทาง

 

กรณีพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 เซลเซียส หรือไม่ให้ความร่วมมือในการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ผู้ประกอบการขนส่งสามารถปฏิเสธการให้บริการได้ เช่นเดียวกับ การให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานประจำรถ หากละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาลงโทษตามกฎหมายในสถานหนัก

 

นอกจากนี้ นายจิรุตม์ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการด้านความสะอาด ขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด 1.เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในรถ และอาคารสำนักงาน ช่องจำหน่ายตั๋ว ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น ราวจับ ที่จับบริเวณประตูรถ ที่นั่ง ราวจับบันได บันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ และห้องน้ำ เป็นต้น 2.จัดให้มีแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริการประชาชน

 

3.จัดสถานที่นั่งรอ และการเข้าแถวซื้อตั๋ว หรือเดินขึ้นรถโดยสาร ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย และ 4.เมื่อหยุดพักรถให้เปิดประตูหรือหน้าต่าง และเปิดเครื่องระบายอากาศภายในรถ ขอความร่วมมือตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะคลี่คลายหรือมีการประกาศเปลี่ยนแปลง หากพบผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม แจ้งสายด่วน โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง