รีเซต

วิกฤต “ผึ้ง” เกาหลีใต้ น้ำผึ้งหายไป 50%

วิกฤต “ผึ้ง” เกาหลีใต้ น้ำผึ้งหายไป 50%
TNN ช่อง16
4 มิถุนายน 2569 ( 09:00 )

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั่วโลก และหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ “ผึ้ง” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการผสมเกสรพืชและความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ ในเกาหลีใต้ ผู้เลี้ยงผึ้งจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง โรคระบาด และจำนวนผึ้งที่ลดลง ส่งผลให้ผลผลิตน้ำผึ้งหดตัวอย่างน่าเป็นห่วง

 

นายพัค คยอง-เจ วัย 65 ปี ผู้เลี้ยงผึ้งในเขตซันชอง ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ประกอบอาชีพนี้มานานเกือบ 50 ปี เขาเป็นผู้เลี้ยงผึ้งแบบเคลื่อนย้ายรัง หรือ Migratory Beekeeper ซึ่งต้องขนย้ายรังผึ้งไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศเพื่อให้ผึ้งเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ที่กำลังบานตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ดอกไม้บานเร็วขึ้นและมีช่วงเวลาการบานสั้นลง ส่งผลให้ฤดูเก็บน้ำหวานของผึ้งลดลง ขณะเดียวกันสภาพอากาศแปรปรวนและลมแรงยังทำให้ผึ้งหาทางกลับรังได้ยากขึ้น


นอกจากนี้ ประชากรผึ้งยังต้องเผชิญกับปัญหาไรปรสิตและโรคชนิดใหม่ที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของฝูงผึ้ง นายพัคกล่าวว่า ในอดีตพื้นที่ทางตอนใต้และตอนกลางของเกาหลีใต้มีช่วงเวลาการออกดอกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายรังผึ้งเพื่อเก็บน้ำหวานได้หลายรอบ แต่ปัจจุบันภาวะโลกร้อนทำให้ดอกไม้ทั่วประเทศออกดอกใกล้เคียงกัน ส่งผลให้โอกาสผลิตน้ำผึ้งลดลง

 

จากเดิมที่เขาสามารถเดินทางเก็บน้ำผึ้งจากดอกอะคาเซียหรือแบล็กโลคัสต์ได้ถึง 4 รอบต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียง 2 รอบ และช่วงเวลาผลิตน้ำผึ้งจริงเหลือเพียง 1-2 เดือนต่อปีเท่านั้น


เขาระบุว่า ลมแรงทำให้ดอกไม้เสียหายและเหี่ยวเฉาเร็ว ส่งผลให้ผลผลิตน้ำผึ้งลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ


ข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์ป่าไม้แห่งชาติเกาหลีใต้ ระบุว่า พื้นที่แหล่งอาหารของผึ้งทั่วประเทศเหลือเพียง 146,000 เฮกตาร์ในปี 2020 ลดลงราว 70% เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษ 1970-1980


ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรเกาหลีใต้พบว่า จำนวนรังผึ้งสำหรับการเลี้ยงแบบเคลื่อนย้ายลดลง 14% เหลือ 813,279 รังในช่วงปี 2014-2023 และจำนวนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงผึ้งลดลงมากกว่าหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับปี 2005


นักวิจัยระบุว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผึ้งไม่ได้ส่งผลแค่อุตสาหกรรมน้ำผึ้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพืชเศรษฐกิจจำนวนมาก เช่น แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี และมะเขือเทศ ที่ต้องอาศัยผึ้งในการผสมเกสร

ศาสตราจารย์เย ซัง-อุก ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบภูมิอากาศและพลังงานจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในกรุงโซล กล่าวว่า การลดลงของประชากรผึ้งซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศ ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อมนุษยชาติ

แม้สถานการณ์จะยากลำบาก แต่นายพัคยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำอาชีพเลี้ยงผึ้งต่อไป โดยมีแผนนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเข้ามาช่วย เช่น การติดตั้งกล้องภายในรังผึ้งเพื่อติดตามการเติบโตของฝูงผึ้งแบบเรียลไทม์


ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมเดินหน้าฟื้นฟูประชากรผึ้งผ่านการวิจัยและพัฒนา โดยมีแผนเพาะพันธุ์ผึ้งที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ปลูกต้นไม้ที่มีน้ำหวานอุดมสมบูรณ์เพื่อเป็นแหล่งอาหารของผึ้ง และส่งเสริมเทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งอัจฉริยะ


ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรวม 48,600 ล้านวอน หรือประมาณ 32.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปี 2030 เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านการฟื้นฟูสุขภาพและประชากรผึ้ง

 

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงผึ้งในเกาหลีใต้อย่างรุนแรง ทั้งการออกดอกที่เปลี่ยนแปลง ผลผลิตน้ำผึ้งลดลง และจำนวนผึ้งที่หดตัว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการลดลงของประชากรผึ้งอาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศในวงกว้าง รัฐบาลจึงเร่งลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ผึ้งและผู้เลี้ยงผึ้งสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง