รีเซต

‘เอเชีย กรีน’ เข้าสู่ยุคทองไฮซีซั่นถ่านหิน เห็นช่องเจาะตลาดเพิ่ม ปั้นรายได้ปี 64 ทะลุหมื่นล้านบาท

‘เอเชีย กรีน’ เข้าสู่ยุคทองไฮซีซั่นถ่านหิน เห็นช่องเจาะตลาดเพิ่ม ปั้นรายได้ปี 64 ทะลุหมื่นล้านบาท
มติชน
3 กุมภาพันธ์ 2564 ( 14:05 )
12
‘เอเชีย กรีน’ เข้าสู่ยุคทองไฮซีซั่นถ่านหิน เห็นช่องเจาะตลาดเพิ่ม ปั้นรายได้ปี 64 ทะลุหมื่นล้านบาท

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินในปี 2564 มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ จากความต้องการสต็อกถ่านหินเพิ่ม เพื่อสำรองใช้ในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งถ่านหินในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน ประกอบกับประเทศอินโดนีเชีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ ประสบปัญหาอุทกภัยหลายแห่ง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกถ่านหิน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนให้ราคาถ่านหิน ขยับไปแตะระดับ 90 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้ค่าเฉลี่ยราคาถ่านหินจากช่วงต้นปี จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 85 เหรียญสหรัฐต่อตันเพิ่มขึ้นกว่า 41% เมื่อเทียบจากค่าเฉลี่ยราคาถ่านหินจากช่วงปีที่ผ่านมา

 

นายพนม กล่าวว่า สำหรับทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ ในปีหน้า ได้มีการวางกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดถ่านหินในต่างประเทศ เพื่อเตรียมบุกตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของตลาดในประเทศ บริษัทฯ มีศักยภาพ และความพร้อมในการจัดเก็บถ่านหิน เนื่องจากคลังของบริษัทฯ สามารถรองรับการกองเก็บได้เฉลี่ยสูงถึง 1 ล้านตัน ประกอบกับบริษัทฯ มีบริการด้านโลจิสติกส์ ที่มีความพร้อมด้านขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ จากกลยุทธ์การขยายตลาดในธุรกิจถ่านหิน ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตยอดขายถ่านหินในปีนี้ไว้ที่ 5.5 ล้านตัน แบ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 3.5 ล้านตัน และต่างประเทศ 2 ล้านตัน โดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดคำสั่งซื้อถ่านหินในมือ(Back log) จำนวน 1 ล้านตัน ซึ่งจะทยอยส่งมอบทั้งหมดภายในครึ่งปีแรก

 

นายพนม กล่าวว่า ส่วนแผนขยายธุรกิจโลจิสติกส์ด้านขนส่งนั้น บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจโลจิสติกส์ต่อเนื่องโดยมีแผนการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายท่าเรือที่ 4 นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมดำเนินการในเชิงพาณิชย์ สำหรับโรงคัดร่อนแห่งที่ 4 ภายในปลายเดือนมกราคมนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีโรงคัดร่อนรวมทั้งหมด 5 โรง ซึ่งจากแผนธุรกิจดังกล่าวยิ่งเป็นการตอกย้ำศักยภาพของบริษัทฯ ที่มีการให้บริการในรูปแบบที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมในปีนี้แตะระดับ 11,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

 

หลังจากที่บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของบริษัทฯ ที่เห็นโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จนเห็นเป็นผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคงและชัดเจน สำหรับธุรกิจพลังงาน ซึ่งเกิดจากบริษัทร่วมทุนภายใต้บริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด ปัจจุบันมีการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ขนาด 5 เมกะวัตต์ และโครงการการขายไอน้ำ ให้กับลูกค้าขนาดเตา Boiler รวม 16 ตัน ยังคงอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในโครงการขายไอน้ำ และโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมหลายโครงการ โดยปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนในส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ไว้ประมาณ 100 ล้านบาทนายพนม กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง