ครม.อนุมัติ เพิ่ม 4 กรรมการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก

ครม.อนุมัติ เพิ่ม 4 กรรมการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก
มติชน
23 กุมภาพันธ์ 2564 ( 16:50 )
10
ครม.อนุมัติ เพิ่ม 4 กรรมการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อนุมัติการเพิ่มจำนวนกรรมการของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) โดยกระทรวงพลังงานระบุว่า ในฐานะที่กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานเจ้าสังกัดของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ในสัดส่วนร้อยละ 74.16 พิจารณาแล้วเห็นว่า ปัจจุบันบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ได้ดำเนินธุรกิจด้านการค้าปลีกเชื้อเพลิง การค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าสูงและมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก ทั้งผู้บริโภค ผู้ร่วมธุรกิจ สังคม ชุมชน พนักงานและผู้ถือหุ้น แต่ยังขาดกรรมการที่มีทักษะ ความรู้ และความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการ 11 คน เห็นควรเพิ่มให้เป็น 15 คน ซึ่งไม่เกินตามข้อบังคับ

 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับกรรมการที่เพิ่มมาอีก 4 คน ประกอบด้วย

 

1.ด้านกฎหมาย ทำหน้าที่กำกับและบริหารการดำเนินการขององค์กรให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์พร้อมกับเป็นรัฐวิสาหกิจ

2.ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ทำหน้าที่ในการกำกับและบริหารธุรกิจที่จะขยายการลงทุนในต่างประเทศ ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะเป็นบริษัทไทยชั้นนำระดับโลกที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนผ่านการดำเนินธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตั้งอยู่ในต่างประเทศจำนวน 10 ประเทศ และมีแผนการขยายการลงทุนระยะยาวในต่างประเทศ ซึ่งในช่วงปี 2564-2568 จะขยายการลงทุนในต่างประเทศประมาณร้อยละ 22 ของวงเงินลงทุนทั้งหมด (ประมาณ 74,000 ล้านบาท)

3.กรรมการด้านธุรกิจค้าปลีก เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับและบริหารการดำเนินการของธุรกิจค้าปลีกเนื่องจาก บริษัทมีเป้าหมายหลักในการขยายธุรกิจทางด้านค้าปลีกและบริการอื่นๆ(Non-0il) เพื่อเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากการที่เทคโนโลยีเปลี่ยนฉับพลัน (Disruptive Technology) และเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย

4.ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อทำหน้าที่ด้านการเสริมสร้างการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สังคม ชุมชน ประชาชน พนักงานและสิ่งแวดล้อมให้พัฒนาและเติบโตไปพร้อมองค์กร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง