เปิดสาเหตุ "เจนซี" เลือกคนนี้!! "ทาคาอิจิ ซานาเอะ" ชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ถึงเวลาผู้นำญี่ปุ่นยุคใหม่

"เจนซี" เลือกคนนี้เป็นนายกฯ "ทาคาอิจิ ซานาเอะ" ชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถึงเวลาผู้นำญี่ปุ่นยุคใหม่แบบใหม่
"เลือกตั้งใหม่ แต่ได้นายกฯคนเก่ากลับมา" ประเทศญี่ปุ่นล่าสุด นายกฯหญิงคนแรกของประเทศ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง ด้วยการชนะแบบแลนด์สไลด์ หรือ การชนะแบบถล่มทลาย สามารถครองเสียงข้างมากถึงสองในสามของสภาได้ พร้อมเดินหน้ากอบกู้เศรษฐกิจให้กับรุ่งโรจน์อีกครั้ง และยังเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ เจนซี เจนวาย ที่เทคะแนนให้แบบไม่เคยปรากฎมาก่อน
ญี่ปุ่น เลือกตั้ง พร้อมกับประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา และผลปรากฎว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDP สามารถคว้าชัยชนะ และทำให้ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้นั่งเก้าอี้ผู้นำญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรค LDP ได้กลายเป็นพรรคการเมืองแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ที่พรรคการเมืองสามารถครองเสียงข้างมากเกินสองในสามได้จากการเลือกตั้งทั่วไป โดยกวาดที่นั่งไปถึง 310 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่ง มากกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร
หมายความว่าหลังจากนี้ไป รัฐบาลของทาคาอิจิ จะสามารถเดินหน้านโยบายต่างๆได้อย่างเต็มที่ สามารถที่จะผลักดันกฎหมายสำคัญๆแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การคลัง และต่างประเทศที่เธอเองก็ได้กรุยทางมาแล้วก่อนนี้ระหว่างนั่งเก้าอี้นายกฯ ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินใจยุบสภาและจัดการเลือกตั้งในรอบครั้งนี้
นักวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจของญี่ปุ่น มองว่า เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ “ชัยชนะของ LDP” แต่คือ “การตัดสินใจของสังคมญี่ปุ่น” ที่วันนี้คนญี่ปุ่น ได้เลือกความชัดเจน ความเด็ดขาด และการเปลี่ยนผ่าน หลังจากที่ผ่านมาปากท้องของคนญี่ปุ่นฝืดเคือง จากเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ติดหล่มเพราะการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะค่าแรงที่แทบจะไม่ขยับ สวนทางกับภาระค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
และสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีในเช้าวันถัดมาจากการเลือกตั้ง คือ ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว เปิดตลาดปรับตัวพุ่งขึ้นทันที และพุ่งทะยานถึง 5.6% ไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 57,337 จุด บ่งบอกว่านักลงทุนได้ตอบรับผลเลือกตั้งในเชิงบวก โดยสื่อรายงานว่าหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการเงิน เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับแรงซื้อ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเองก็เริ่มกลับเข้ามาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากชะลอไปช่วงก่อนการเลือกตั้ง
ทาคาอิจิ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง ประกาศพร้อมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน โดยย้ำว่าจะมีการนโยบายการคลังแบบเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบ รักษาความเชื่อมั่นตลาดด้วยการสร้างความยั่งยืนทางการคลัง ผ่านการลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามโจทย์ใหญ่ ที่รัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นต้องเผชิญหลังจากนี้ไปไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในแง่ของเศรษฐกิจ เพราะญี่ปุ่นมีตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP มากถึง 230 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก เมื่ออ้างอิงจากข้อมูลกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและ OECD ขณะเดียวกันทิศทางของอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นก็ได้ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากวิกฤตโควิด 19 และได้เริ่มส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของคนญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเวลานี้ก็ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสร้างสมดุลทั้งสหรัฐฯ และจีน และเวทีการค้าโลกต่างๆ ซึ่งทาคาอิจิได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ มีรายงานจากสื่อญี่ปุ่นและสหรัฐว่า เธอเตรียมเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อพบปะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการยืนยันบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตรหลักของสหรัฐในเอเชียแปซิฟิก
ในอีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์กับจีนยังคงเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น แต่ล่าสุดทาคาอิจิ ก็ได้เป็นต้นเรื่องของความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ หลังจากได้ไปพูดประเด็นเปราะบางเรื่องไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นการก้าวล่วงอธิปไตยของจีนภายใต้แนวคิดจีนเดียว พร้อมเรียกร้องขอให้มีการถอนคำพูดดังกล่าว และได้ลุกลามบานปลายไปถึงการแจ้งเตือนประชากรจีนที่จะเดินทางเข้าญี่ปุ่น จนส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาญี่ปุ่นลดลง
เลือกตั้งญี่ปุ่น คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนประเทศที่สำคัญ และรอบนี้ทาคาอิจิเองก็ผงาดขึ้นมาได้ จากแรงส่งของคนุร่นใหม่ เจนซี เจนวาย ที่หวังให้ชีวิตดีขึ้น มีอนาคตที่สดใส
ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งของญี่ปุ่นครั้งนี้ถูกเรียกว่าเป็น “ปรากฏการณ์” ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์และการได้ครองเสียงข้างมากในสภาเท่านั้น แต่เมื่อเราไปเจาะดูฐานของคะแนนเสียงของทาคาอิจิ จะพบว่าคนที่เลือกเธอ คือ กลุ่มของคนรุ่นใหม่ ที่อยากจะฝากอนาคตของชาติเอาไว้ และเป็นการเปลี่ยนทิศฐานเสียงเดิมของพรรค LDP อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากการสำรวจหลังการเลือกตั้งของสื่อญี่ปุ่นและสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ทาคาอิจิได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเจเนอเรชัน Y และ Z ซึ่งในอดีตไม่ใช่ฐานเสียงหลักของ LDP
คนเจน Y และเจน Z ของญี่ปุ่น ต้องเติบโตมาในยุคเศรษฐกิจซบเซา ค่าแรงต่ำ และความไม่แน่นอนสูง พวกเขามองว่าทาคาอิจิเป็นผู้นำที่กล้าแตกต่างจากภาพเดิมของนักการเมืองญี่ปุ่น เธอเป็นผู้นำที่ “พูดชัด ทำชัด” และกล้าเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการฟื้นเศรษฐกิจ และพร้อมผลักดันนโยบายที่กระทบชีวิตจริง ตั้งแต่การสนับสนุนสตาร์ตอัป เทคโนโลยีใหม่ ไปจนถึงการเปิดโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมอนาคต
นักวิเคราะห์การเมืองญี่ปุ่นมองว่า การได้เสียงสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ในครั้งนี้ อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองญี่ปุ่นในระยะยาว เพราะหากรัฐบาลสามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้จริง ฐานเสียงดังกล่าวอาจกลายเป็นแรงสนับสนุนระยะยาวของ LDP ได้ ต่างจากในอดีตที่ถูกมองว่าเป็นพรรคของคนรุ่นเก่าและกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม
โดยรัฐบาลทาคาอิจิประกาศชัดว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะเป็นการ “รีเซ็ตทิศทางเศรษฐกิจ” ของญี่ปุ่นในระยะกลางถึงยาว โดยวางเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี หลังจากปีที่ผ่านมา นลปี 2568 ขยายตัวเพียงราว 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และเตรียมทุ่มงบลงทุนหลายสิบล้านล้านเยนในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด ไปจนถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และยังมีเป้าหมายผลักดันการขึ้นค่าแรงอย่างเป็นรูปธรรม หลังค่าแรงที่แท้จริงของญี่ปุ่นแทบไม่เพิ่มขึ้นมานานกว่า 20 ปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
