รีเซต

คลื่นร้อนมรณะถล่มฝรั่งเศส เสียชีวิตเกินคาดกว่า 5,700 ราย!

คลื่นร้อนมรณะถล่มฝรั่งเศส เสียชีวิตเกินคาดกว่า 5,700 ราย!
TNN ช่อง16
24 กรกฎาคม 2569 ( 10:00 )

ฝรั่งเศสเปิดเผยว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต "เกินกว่าที่ควรจะเป็น" (Excess Deaths) มากกว่า 5,700 ราย ขณะที่หลายประเทศในยุโรปตอนใต้ยังคงเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ซึ่งสร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ พร้อมกระตุ้นให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น


สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติฝรั่งเศส (Santé Publique France) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 พบผู้เสียชีวิตเกินคาดรวม 5,764 ราย หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าค่าปกติ 36%


ข้อมูลระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นในช่วง 25–27 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุด โดยประมาณ 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิต เป็นประชาชนที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป


อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสาธารณสุขระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการนับผู้เสียชีวิตจาก ทุกสาเหตุ และยังไม่สามารถสรุปได้โดยตรงว่าทั้งหมดมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเกินคาดในช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์นี้ จะสูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเกินคาดตลอดฤดูร้อนปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 5,722 ราย


ขณะเดียวกัน ประเทศสเปนกำลังเผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ บริเวณแคว้นกัวดาลาฮารา ทางตอนเหนือของกรุงมาดริด


ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วประมาณ 200,000 ไร่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 1,200 คน จาก 34 หมู่บ้าน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ และอีก 14 ชุมชน ถูกสั่งให้อยู่ภายในที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัย ทางการสเปนระบุว่า สถานการณ์เริ่มทรงตัว และประชาชนใน 5 หมู่บ้านได้รับอนุญาตให้กลับเข้าบ้านแล้ว


ด้านนายกรัฐมนตรี “เปโดร ซานเชซ” กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี สเปนเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่แล้ว 22 ครั้ง มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 4 เท่า โดยพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้สะสมในปีนี้มากกว่า 625,000 ไร่ ซึ่งเทียบเท่าค่าเฉลี่ยพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ตลอดทั้งปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา


เขาเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการป้องกันไฟป่า พร้อมเตือนว่า "สังคมต้องตระหนักถึงภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติ"


สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน (Aemet) เตือนว่า ความเสี่ยงไฟป่ายังคงอยู่ในระดับ "สูงมากถึงรุนแรงที่สุด" และมีแนวโน้มเลวร้ายลงอีกในช่วงหลายวันข้างหน้า โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 42–44 องศาเซลเซียส ประกอบกับลมตะวันตกที่แห้ง ทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็ว


นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ กำลังเพิ่มทั้งความถี่และความรุนแรงของคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า รวมถึงสร้างสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดพายุรุนแรงแบบฉับพลัน


ไฟป่าที่กัวดาลาฮาราเกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากเกิดไฟป่าครั้งรุนแรงทางตอนใต้ของสเปน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คน 13 ราย รวมถึงชาวต่างชาติหลายคน ถือเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศ


ที่ฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เตาบาร์บีคิวในช่วงคลื่นความร้อน หลังข้อมูลชี้ว่า 9 ใน 10 ของไฟป่าเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์


ล่าสุด เกิดไฟป่าในจังหวัดวาร์ (Var) ทางตะวันออกเฉียงใต้ เผาพื้นที่แล้วประมาณ 15,625 ไร่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 400 คน ต้องอพยพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,100 นาย ระดมกำลังควบคุมสถานการณ์ตลอดทั้งคืน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 2 นาย เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในแคว้นจีรงด์ (Gironde) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ


ด้านกรีซ ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะสูงเกิน 41 องศาเซลเซียส ได้ประกาศห้ามทำงานกลางแจ้งในช่วงกลางวันเพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อน


ขณะที่ประเทศอิตาลี ไฟป่าหลายจุดยังคงลุกลามบนเกาะซิซิลี ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนในหลายพื้นที่ โดยหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนประกาศยกระดับความเสี่ยงไฟป่าของทั้งเกาะขึ้นสู่ระดับสูงสุด เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่วมกับกระแสลมแรงที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง