รีเซต

โลกจับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 69 เอเชียน่าห่วง วิกฤตร้อนแล้งครั้งใหญ่

โลกจับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ”  ปี 69 เอเชียน่าห่วง  วิกฤตร้อนแล้งครั้งใหญ่
TNN ช่อง16
20 พฤษภาคม 2569 ( 10:30 )
18

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับการคาดการณ์ผลกระทบ จากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงต่อทวีปเอเชียในปี 2569

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาโลกคาดการณ์ว่า ทวีปเอเชียอาจเผชิญผลกระทบรุนแรงจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และสาธารณสุข โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) คือปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงระดับสูงเป็นพิเศษ เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียส ส่งผลให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวน และสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อหลายประเทศในเอเชีย

หนึ่งในผลกระทบสำคัญ คือ “วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ” โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บางพื้นที่อาจลดลงถึง 50–90% ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติลดต่ำลงเข้าสู่ภาวะวิกฤต กระทบทั้งการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในภูมิภาคอาจต้องเผชิญ “คลื่นความร้อนทำลายสถิติ” อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรุนแรงอาจเกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น เมียนมา กัมพูชา และไทย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด หรือ Heatstroke ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมถึงทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อระบบทำความเย็นพุ่งสูง จนอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า

ด้านความมั่นคงทางอาหาร พื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของโลก เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย อาจเผชิญผลผลิตทางการเกษตรลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักอย่างข้าว น้ำตาล และปาล์มน้ำมัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอาหารขาดแคลนและทำให้ราคาอาหารโลกปรับตัวสูงขึ้น หรือเกิดภาวะ Food Inflation

นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ “วิกฤตไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน” โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งมีพื้นที่ป่าพรุจำนวนมากและเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ส่งผลให้เกิดหมอกควันพิษและฝุ่นละออง PM2.5 ปกคลุมหลายประเทศในภูมิภาค กระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของประชากรนับล้านคน

ส่วนในภูมิภาคเอเชียใต้ ประเทศอย่างอินเดียอาจเผชิญกับภาวะ “มรสุมอ่อนกำลัง” ฤดูฝนอาจมาล่าช้าหรือมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากภาคเกษตรกรรมของอินเดียยังพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก

การคาดการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยหลายประเทศในเอเชียอาจต้องเร่งเตรียมมาตรการรับมือ ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และสาธารณสุข เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง