รีเซต

ในภาวะสงครามธุรกิจอะไรรวยสุด ?

ในภาวะสงครามธุรกิจอะไรรวยสุด ?
TNN ช่อง16
9 พฤษภาคม 2569 ( 17:17 )
12

สงครามเกิดขึ้นหลายจุดทั่วโลก ตั้งแต่รัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-ปาเลสไตน์ และล่าสุด สหรัฐฯ อิสราเอลและอิหร่าน ทุกครั้งที่สงครามปะทุขึ้น ข้าวของก็แพง ค่าครองชีพของประชาชนก็สูงขึ้น ประชาชนก็จับจ่ายซื้อของน้อยลง แต่มีบางธุรกิจที่รวยอู้ฟู่เป็นพิเศษในภาวะสงคราม


1. น้ำมันและก๊าซ


สงครามในอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น แซงหน้าสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะอิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และช่องแคบฮอร์มุซก็เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก แต่ต้องหยุดชะงักลงไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


แต่ในวิกฤตพลังงาน ก็มีบริษัทน้ำมันใหญ่ ๆ ที่ได้กำไรจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น


บีพี บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของยุโรป มีผลกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า เป็น 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 104,000 ล้านบาท) ในช่วง 3 เดือนแรกของปี โดยระบุว่า ผลประกอบการที่ “โดดเด่นเป็นพิเศษ” นี้เป็นผลงานของฝั่งธุรกิจการซื้อขาย (trading division) ซึ่งช่วยผลักดันรายได้โดยรวมให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ


ด้านเชลล์ บริษัทสัญชาติอังกฤษ ก็รายงานกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 6,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 224,900 ล้านบาท) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้


ขณะที่อีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ โททาลเอนเนอร์ยีส์ จากฝรั่งเศส มีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งในสาม อยู่ที่ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 175,500 ล้านบาท) ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้แรงหนุนจากความผันผวนในตลาดน้ำมันและพลังงาน


ส่วนบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง เอ็กซอนโมบิล และเชฟรอน มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังคงทำผลงานดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และคาดว่ากำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม

2. ธนาคารขนาดใหญ่


ธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลกหลายแห่ง ก็ทำกำไรเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น นักลงทุนเร่งเทขายหุ้นและพันธบัตรที่มีความเสี่ยงสูง และโยกเงินไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดการเงินยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคา


เจพีมอร์แกนรายงานว่า ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 11,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 377,000 ล้านบาท) ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026 ส่งผลให้ธนาคารมีกำไรรายไตรมาสสูงเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยมีมา


ขณะที่กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ หรือ BIG6 ซึ่งประกอบด้วย แบงก์ออฟอเมริกา มอร์แกนสแตนลีย์ ซิตี้กรุ๊ป โกลด์แมน แซคส์ เวลส์ ฟาร์โก และเจพีมอร์แกน ต่างรายงานว่ากำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรกของปี


โดยรวมแล้ว ธนาคารเหล่านี้ทำกำไรรวมกันได้ 47,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.55 ล้านล้านบาท) ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026


3. อาวุธ


เมื่อสงครามปะทุขึ้น แน่นอนว่า สิ่งที่ขายดีที่สุด ก็ต้องเป็นอาวุธ


เอมิลี ซาวิช นักวิเคราะห์อาวุโสจากอาร์เอสเอ็ม สหราชอาณาจักร ระบุว่า ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นช่องว่าง ของความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ และเร่งให้เกิดการลงทุนในระบบป้องกันขีปนาวุธ ระบบต่อต้านโดรน และยุทโธปกรณ์ทางทหาร ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ รัฐบาลหลายประเทศต้องเร่งเติมคลังอาวุธ ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น


ด้านบริษัท บีเออี ซิสเต็มส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 เปิดเผยในการรายงานความคืบหน้าทางธุรกิจเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คาดว่ายอดขายและกำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้


บริษัทระบุว่า ภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้รัฐบาลต่าง ๆ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท

ล็อกฮีด มาร์ติน โบอิ้ง และนอร์ทรอป กรัมแมน บริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมรายใหญ่ของโลก สัญชาติอเมริกัน ต่างรายงานว่า มียอดคำสั่งซื้อค้างส่งสูงเป็นประวัติการณ์ ช่วงสิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2026


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบริษัทกลาโหม ปรับตัวลดลงตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม เพราะนักลงทุนกังวลว่า มูลค่าหุ้นในภาคอุตสาหกรรมนี้อาจสูงเกินจริง หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีนี้


4. พลังงานหมุนเวียน


เมื่อราคาน้ำมันและก๊าซเพิ่มสูงขึ้น คนก็หันหน้าไปพึ่งพลังงานสะอาด หรือพลังงานหมุนเวียนแทน อย่างที่ประเทศไทย คนก็หันมาขับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น


หนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์คือ เน็กซ์เทอรา เอนเนอร์จี บริษัทผลิตพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของสหรัฐฯ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นแล้ว 17% ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก


ขณะที่บริษัทพลังงานลมรายใหญ่ของเดนมาร์กอย่าง เวสตัส และ ออร์สเตด ก็รายงานกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านยังช่วยหนุนบริษัทพลังงานหมุนเวียน


ในสหราชอาณาจักร บริษัทออกโทปัส เอนเนอร์จี เปิดเผยว่า สงครามได้สร้าง “แรงกระตุ้นครั้งใหญ่” ต่อความต้องการแผงโซลาร์เซลล์และเครื่องปั๊มความร้อน โดยยอดขายแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นถึง 50% นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์


นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงยังช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีนที่สามารถใช้โอกาสนี้ขยายตลาดได้มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง