รีเซต

“ออสเตรเลีย” รับมือวิกฤตน้ำมัน เร่งผลักดัน “รถเมล์ไฟฟ้า” หลังดีเซลพุ่งลิตรละ 70 บาท!

“ออสเตรเลีย” รับมือวิกฤตน้ำมัน เร่งผลักดัน “รถเมล์ไฟฟ้า” หลังดีเซลพุ่งลิตรละ 70 บาท!
TNN ช่อง16
27 มีนาคม 2569 ( 10:00 )
21

ออสเตรเลียกำลังเผชิญแรงกดดันให้เร่งเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากเครื่องยนต์ดีเซลไปสู่ระบบไฟฟ้า หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงเกิน 3 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อลิตร หรือราว 70 บาท ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงพลังงาน


กลุ่มผู้สนับสนุนด้านการขนส่งระบุว่า ปัจจุบันรถโดยสารไฟฟ้าในออสเตรเลียมีสัดส่วนเพียงประมาณ 1% ของทั้งระบบเท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างจีนที่มีรถเมล์ไฟฟ้าในเมืองสูงถึง 80% เนเธอร์แลนด์ประมาณ 25% และสหราชอาณาจักรราว 12%


แม้ระบบขนส่งอย่างรถรางและรถไฟในออสเตรเลียจะใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก แต่รถโดยสารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะยังคงพึ่งพาดีเซลอย่างมาก โดยมีการใช้น้ำมันรวมกันราว 530 ล้านลิตรต่อปี


Bus Industry Confederation ระบุว่า รถโดยสารเป็นพาหนะที่รองรับผู้โดยสารมากกว่าครึ่งหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับรถเมล์ในแผนความมั่นคงพลังงาน


ข้อมูลภาครัฐระบุว่า ในปี 2025 ออสเตรเลียมีรถโดยสารดีเซลจดทะเบียนเกือบ 42,800 คัน เทียบกับรถโดยสารไฟฟ้าเพียง 629 คัน หรือประมาณ 1% ของรถโดยสารขนาดใหญ่ทั้งหมด


หลายรัฐเริ่มตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารไฟฟ้า โดยกรุงแคนเบอร์ราและนครซิดนีย์ตั้งเป้าใช้รถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2040 ขณะที่เขตนครหลวงออสเตรเลีย (ACT) มีสัดส่วนรถเมล์ไฟฟ้าแล้วราว 24%


ด้าน “คริส สตีล” รัฐมนตรีคมนาคม ระบุว่า รถเมล์ไฟฟ้าใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ที่ผลิตในประเทศ มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า และไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า รถโดยสารไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคขนส่งสาธารณะ อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ และลดเสียงรบกวนในชุมชน


Electric Vehicle Council ระบุว่า การใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศช่วยลดการพึ่งพาเส้นทางขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์


ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจาก RMIT University มองว่า วิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้รัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ หันมาทบทวนความคุ้มค่า และเร่งลงทุนในระบบขนส่งไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านยังต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง ซึ่งหลายพื้นที่เริ่มดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า รถโดยสารเป็นทางเลือกที่ปรับใช้ได้รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่าการลงทุนในระบบราง และสามารถช่วยขยายการเข้าถึงระบบขนส่งให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือชุมชนรายได้น้อย


ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานที่ผันผวน การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารไฟฟ้าจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศในอนาคตด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง