ทั่วโลกเดินหน้า “แบนเด็กใช้โซเชียลมีเดีย” ชูเทคโนโลยีคัดกรองอายุ สกัดเยาวชนตบตา

รัฐบาลทั่วโลกกำลังยกระดับมาตรการคุมเข้มเพื่อกีดกันเยาวชนจากการใช้งานโซเชียลมีเดียและบริการออนไลน์สำหรับผู้ใหญ่ โดยยืนยันว่าข้อจำกัดทางเทคนิคที่เคยถูกยกมาอ้างในอดีต ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการเพิกเฉยได้อีกต่อไป หลังจากที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งพยายามโต้แย้งมานานหลายปีว่าการตรวจสอบอายุผู้ใช้งานนั้นทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง
ออสเตรเลียกลายเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยการออกกฎหมายสั่งแบนบัญชีโซเชียลมีเดียของวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป บราซิล และหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา เริ่มดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกัน
ในสหรัฐอเมริกา กาวิน นิวซัม (Gavin Newsom) ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการจำกัดอายุผู้ใช้งาน ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีรายงานว่ากำลังให้ความสนใจในประเด็นนี้เช่นกัน ซึ่งแรงผลักดันหลักมาจากความกังวลเรื่องสุขภาพจิตของวัยรุ่น การถูกล่วงละเมิดออนไลน์ และการแพร่ระบาดของภาพสื่อลามกอนาจารเด็กที่สร้างขึ้นโดย AI
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเทคโนโลยีการยืนยันอายุ (Age Assurance) ในปัจจุบันมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยใช้การผสมผสานระหว่าง การวิเคราะห์ใบหน้า การตรวจสอบบัตรประจำตัว การขออนุมัติจากผู้ปกครองและการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน
ริค ซอง (Rick Son) ซีอีโอของบริษัทเพอร์โซนา (Persona) บริษัทตรวจสอบอัตลักษณ์ในซานฟรานซิสโก ระบุว่าความท้าทายสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความเป็นส่วนตัว โดยระบุว่าระบบที่เข้มงวดเกินไปอาจเก็บข้อมูลผู้ใช้มากเกินจำเป็น แต่ระบบที่หละหลวมเกินไปก็สร้างปัญหาตามมา
โดยเขายังเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ทางบริษัทได้ทำการทดสอบสถานการณ์ที่วัยรุ่นพยายามหลอกระบบสแกนใบหน้า เช่น การสวมหน้ากาก การใช้หุ่นฟิกเกอร์มาบังกล้อง หรือแม้แต่การติดหนวดปลอม ข้อมูลเบื้องต้นจากออสเตรเลียพบว่า มีบัญชีที่ต้องสงสัยว่าอายุไม่ถึงเกณฑ์ถูกระงับการใช้งานแล้วหลายล้านบัญชี
ขณะนี้หน่วยงานกำกับดูแลในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร กำลังเฝ้าสังเกตการณ์โมเดลของออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาการยกระดับกฎระเบียบของตนเอง ท่ามกลางแรงกดดันที่ต้องการให้เกิดมาตรฐานโลกในการปกป้องเด็กบนโลกไซเบอร์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
