บลูมเบิร์กชี้โลกต้องการ 'วัคซีนโควิด-19 ฝีมือจีน' แก้ปัญหาขาดแคลน

บลูมเบิร์กชี้โลกต้องการ 'วัคซีนโควิด-19 ฝีมือจีน' แก้ปัญหาขาดแคลน
Xinhua Thai
18 เมษายน 2564 ( 10:32 )
97
บลูมเบิร์กชี้โลกต้องการ 'วัคซีนโควิด-19 ฝีมือจีน' แก้ปัญหาขาดแคลน

 

วอชิงตัน, 18 เม.ย. (ซินหัว) -- บทความคิดเห็นบนเว็บไซต์บลูมเบิร์ก (Bloomberg) เมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) ระบุว่าโลกจำเป็นต้องใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจีน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนวัคซีนที่เกิดจากการกักตุนวัคซีนโดยประเทศร่ำรวยบางประเทศ

 

"การกักตุนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของกลุ่มประเทศตะวันตก ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศไม่สามารถฟื้นตัวจากโรคระบาดได้ ขณะทั่วโลกฉีดวัคซีนให้ประชาชนมากกว่า 848 ล้านโดสแล้ว หลายประเทศที่มีรายได้มากที่สุดฉีดวัคซีนเร็วกว่าประเทศที่มีรายได้น้อยที่สุดถึง 25 เท่า" บทความดังกล่าวระบุ ซึ่งเขียนโดยคลารา เฟอร์เรรา มาร์เควส คอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก

 

บทความระบุว่าข้อมูลจากการติดตามโรคโควิด-19 พบสหรัฐฯ ซึ่งมีประชากรรวมคิดเป็นราวร้อยละ 4 ของโลก มีอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อยู่ที่ร้อยละ 24 ขณะเดียวกันระบุว่าวัคซีนของจีนมีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในระดับสูง ซึ่งสามารถลดจำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

"การควบคุมการติดเชื้อเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างฟิลิปปินส์หรือบราซิล และเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผู้ป่วยอาการร้ายแรงหรือมีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งสามารถทำให้เครือข่ายการดูแลสุขภาพเข้าขั้นวิกฤตได้" บทความระบุ

 

บทความยังกล่าวถึงอินโดนีเซีย ระบุว่าเป็นผู้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รายใหญ่ของซิโนแวค (Sinovac) จากจีน ซึ่งตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชาชน 180 ล้านคนภายในหนึ่งปี จึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดที่อินโดนีเซียจะมองว่าวัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่พร้อมใช้งาน

 

"กลุ่มประชากรที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคในอัตราสูงมากจะพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาการรุนแรงน้อยลง แม้มีการติดเชื้อและการแพร่ระบาดมากก็ตาม ซึ่งถือเป็นการประสบความสำเร็จในรูปแบบหนึ่ง" บทความอ้างอิงคำพูดของเบนจามิน คาวลิง ศาสตราจารย์สถาบันสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮ่องกง

 

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ถอดผ้าคลุมตู้เก็บวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 บริจาคโดยจีน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน ในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาล วันที่ 29 มี.ค. 2021)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง