เปิดฟังเสียงประชาชน ‘ร่างกฎหมายอุ้มบุญ’ ผ่าน www.law.go.th ถึง 31 ก.ค.

‘อุ้มบุญ’ เส้นทางสู่ฝันวันมีลูก
การมีบุตรอาจเป็นความฝันของหลายครอบครัว แต่สำหรับบางคู่ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ รวมถึง “การอุ้มบุญ” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาช่วยเติมเต็มความหวังในการมีบุตร
การอุ้มบุญ หรือ การตั้งครรภ์แทน คือ กระบวนการที่หญิงคนหนึ่งยินยอมตั้งครรภ์และคลอดบุตรให้กับบุคคลอื่น โดยในทางการแพทย์อาจใช้วิธีนำตัวอ่อนที่เกิดจากไข่และอสุจิของผู้ประสงค์มีบุตร หรือจากผู้บริจาค มาฝังในมดลูกของหญิงตั้งครรภ์แทน
ปัจจุบัน การอุ้มบุญเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการมีบุตร เช่น ผู้หญิงที่ไม่มีมดลูก มีโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หรือคู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก
อย่างไรก็ตาม การอุ้มบุญไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางการแพทย์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านกฎหมาย สิทธิของเด็ก และการคุ้มครองผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการตั้งครรภ์แทน เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์หรือการนำเด็กไปซื้อขาย
รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็น "ร่างกฎหมายอุ้มบุญ"
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีแนวโน้มมีภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าและมีการใช้บริการมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางสังคม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากล
รัฐบาล โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับ การปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (อุ้มบุญ) ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์กับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็ก ผู้รับบริการ ผู้ให้กำเนิดแทน และบุคลากรทางการแพทย์
รวมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแล ป้องกันการแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการค้ามนุษย์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Medical Hub ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีความรัดกุม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง
ประกอบด้วย การปรับแก้คำว่า "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและเปิดโอกาสให้คู่สมรสที่เท่าเทียมสามารถเข้าถึงบริการได้ การเพิ่มพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย การปรับเงื่อนไขการให้บริการแก่คู่สมรสที่มีชาวต่างชาติ การกำหนดให้เจ้าของอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน สามารถส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนได้ ร
วมทั้งการปรับเพิ่มอัตราโทษในความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดด้านการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ
ร่วมแสดงความคิดเห็น ถึง 31 กรกฎาคม 2569
รัฐบาล โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยความคิดเห็นของทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนากฎหมายให้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยต่อไป
บทสรุป: ก้าวต่อไปของ "อุ้มบุญ" ในสังคมโลก
"อุ้มบุญ" ไม่ใช่เรื่องของวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ กฎหมาย และสิทธิมนุษยชน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การ "แบน" เทคโนโลยีนี้ให้หายไป แต่อยู่ที่การออกแบบระบบกฎหมายที่ยืดหยุ่นพอที่จะรองรับความฝันของคนอยากมีลูกในยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการมีเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งพอที่จะไม่ให้เรือนร่างของสตรีและชีวิตของเด็กทารก กลายเป็นสินค้าในตลาดมืดทุนนิยม
ตราบใดที่มนุษย์ยังคงปรารถนาการสืบทอดสายใยครอบครัว "อุ้มบุญ" ก็ยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่สังคมต้องช่วยกันขีดเส้นแบ่งระหว่าง "มนุษยธรรม" กับ "พาณิชยธรรม" ให้ชัดเจนต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
