รีเซต

ถอดบทเรียนภัยพิบัติ “ทิเบต-เนปาล” แม้ไทยไม่มีธารน้ำแข็ง แต่ก็เสี่ยงดินโคลนถล่มได้

ถอดบทเรียนภัยพิบัติ “ทิเบต-เนปาล” แม้ไทยไม่มีธารน้ำแข็ง แต่ก็เสี่ยงดินโคลนถล่มได้
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 16:44 )
1

กรมทรัพยากรธรณี ถอดบทเรียนเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่เนปาลและทิเบต เตือนภัยธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมีหลายปัจจัยกระตุ้นเกิดขึ้นพร้อมกัน

 

นายปรีชา สายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และโฆษกกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากแผ่นดินไหวขนาดประมาณ 5 ก่อนมีปัจจัยกระตุ้นจากธารน้ำแข็งแตกและถล่มในพื้นที่ภูเขาสูง ประกอบกับภูมิประเทศเป็นหุบเขารูปตัววี หรือ V-shaped valley ทำให้มวลดินน้ำ และเศษวัสดุไหลลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

 

ขณะเดียวกัน ยังมีเขื่อนดินธรรมชาติขวางทางน้ำ เมื่อมวลน้ำและเศษวัสดุไหลลงมาจำนวนมาก จึงเพิ่มความรุนแรงของกระแสน้ำ ส่งผลให้น้ำบางพื้นที่สูงถึงอาคารชั้น 3 ถึง 5 และหลังน้ำลด ยังมีปัญหาโคลนและตะกอนจำนวนมากตามมา


สำหรับประเทศไทย แม้ไม่มีธารน้ำแข็งเหมือนเนปาล แต่มีปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงในลักษณะใกล้เคียงกันได้ โดยเฉพาะฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือ Rain Bomb

 

เมื่อฝนตกต่อเนื่องจนดินอุ้มน้ำเต็มที่ จะทำให้ความมั่นคงของชั้นดินลดลง และอาจนำไปสู่ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่ม โดยที่ผ่านมา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เคยมีฝนตกประมาณ 300 มิลลิเมตรภายในคืนเดียว ถือเป็นตัวอย่างของปัจจัยกระตุ้นที่ต้องเฝ้าระวัง

 

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มกระจายอยู่ 54 จังหวัด ทั้งระดับสูง ปานกลาง และต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงสูง กรมทรัพยากรธรณีเร่งติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของมวลดิน เพื่อจับสัญญาณผิดปกติ เช่น การเอียงเทของพื้นที่ และการเคลื่อนตัวของชั้นดิน ก่อนส่งข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนหน่วยงานและชุมชน ส่วนระยะต่อไป กรมทรัพยากรธรณีร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนา API Model เพื่อนำข้อมูลจากเครื่องวัดมวลดินและอุปกรณ์เฝ้าระวังต่าง ๆ มาวิเคราะห์ให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง