รีเซต

“โรคทูเร็ตต์” ควบคุมการเคลื่นไหวและส่งเสียงไม่ได้ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด

“โรคทูเร็ตต์” ควบคุมการเคลื่นไหวและส่งเสียงไม่ได้ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด
TNN ช่อง16
29 ตุลาคม 2569 ( 11:25 )
21

การแสดงสีหน้า กระตุกใบหน้า หรือเปล่งเสียงออกมาซ้ำ ๆ โดยไม่ตั้งใจ เป็นอาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคทูเร็ตต์ ซึ่งอาจทำให้คนรอบข้างที่ไม่รู้จักโรคนี้เข้าใจผิดว่าเป็นพฤติกรรมที่จงใจแสดงออก หรือทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ การทำความเข้าใจโรคทูเร็ตต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถแยกแยะอาการที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทออกจากพฤติกรรมที่เกิดจากความตั้งใจ และลดการตีตราผู้ป่วยจากสิ่งที่มองเห็นภายนอก

โรคทูเร็ตต์คืออะไร?

โรคทูเร็ตต์ (Tourette Syndrome) เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงซ้ำ ๆ โดยไม่สมัครใจ เรียกว่า “ทิก” (Tics) อาการมักเริ่มในวัยเด็ก โดยเฉพาะช่วงอายุ 5-10 ปี และอาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางคนอาจได้รับผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคม

อาการของโรคทูเร็ตต์

อาการแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ทิกด้านการเคลื่อนไหว (Motor Tics) เช่น กะพริบตาถี่ ๆ กลอกตา ย่นจมูก กระตุกใบหน้า สะบัดศีรษะ หรือยักไหล่ซ้ำ ๆ

2. ทิกด้านการส่งเสียง (Vocal Tics) เช่น กระแอม ไอ สูดจมูก ส่งเสียงฮัม หรือเปล่งคำพูดซ้ำ ๆ ผู้ป่วยบางรายอาจพูดคำหยาบหรือคำไม่เหมาะสมโดยไม่ตั้งใจ เรียกว่า Coprolalia แต่อาการนี้พบในผู้ป่วยเพียงส่วนน้อย ไม่ใช่อาการที่ทุกคนต้องมี

โรคทูเร็ตต์เกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมและการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหวมีบทบาทสำคัญ โรคนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดวินัยหรือการเลี้ยงดูที่ผิดพลาด และไม่ใช่สิ่งที่ผู้ป่วยสามารถควบคุมได้ตามต้องการ

ผู้ป่วยบางคนอาจรู้สึกถึงแรงกระตุ้นก่อนเกิดอาการ และสามารถฝืนกลั้นไว้ได้ชั่วคราว แต่ต้องใช้ความพยายามและอาจรู้สึกอึดอัด ขณะเดียวกัน ความเครียด ความตื่นเต้น และความเหนื่อยล้าอาจทำให้อาการชัดเจนขึ้น จึงไม่ควรตีความว่าผู้ป่วยจงใจแสดงพฤติกรรมเหล่านี้

วินิจฉัยและรักษาได้อย่างไร?

แพทย์จะประเมินจากประวัติและลักษณะอาการ โดยเกณฑ์สำคัญของโรคทูเร็ตต์คือ มีทิกด้านการเคลื่อนไหวหลายรูปแบบและทิกด้านการส่งเสียงอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ อาการเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ หรือบ่อยต่อเนื่องรวมกันอย่างน้อย 1 ปี และเริ่มก่อนอายุ 18 ปี ทั้งนี้ อาการกระตุกหรือส่งเสียงซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคทูเร็ตต์เสมอไป

แม้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ทุกคน แต่สามารถจัดการอาการได้ด้วยการบำบัดทางพฤติกรรม เช่น CBIT การใช้ยาในกรณีที่จำเป็น และการดูแลภาวะอื่นที่เกิดร่วมกัน โดยแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงและผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

เข้าใจโรค ลดการตีตรา

การเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงที่เกิดขึ้นโดยไม่สมัครใจ ไม่ได้สะท้อนความตั้งใจหรือบุคลิกภาพของผู้ป่วยเสมอไป การล้อเลียน ตำหนิ หรือบังคับให้หยุดอาการอาจเพิ่มความเครียดและทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว การเรียนรู้เกี่ยวกับโรคทูเร็ตต์จึงช่วยลดความเข้าใจผิด และส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติอย่างเข้าใจและเคารพความแตกต่างทางสุขภาพ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง